Apple ขยายไลน์อัปสมาร์ทโฟนตระกูล iPhone 17 ด้วยการเปิดตัว iPhone 17e ที่มาพร้อมการอัปเกรดชิปประมวลผลใหม่ล่าสุด ระบบการเชื่อมต่อที่ล้ำหน้า และสเปคที่น่าสนใจเพียบ! มาดูสรุปสเปคเด่นๆ กันเลยครับ
📱 หน้าจอและการออกแบบ
• หน้าจอ OLED Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว (ความสว่างสูงสุด 1200nits)
• กระจกหน้าจอแบบใหม่ Ceramic Shield 2 เคลือบสารลดแสงสะท้อน และทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่า!
• ดีไซน์มาตรฐานใช้วัสดุอลูมิเนียมเกรดอวกาศ พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
• ขนาดตัวเครื่อง 146.7 × 71.5 × 7.8 มม. | น้ำหนักเบาเพียง 170 กรัม
• มาพร้อม ปุ่ม Action Button ให้ตั้งค่าคีย์ลัดได้ตามใจชอบ และรองรับ Face ID
🚀 ประสิทธิภาพและระบบเชื่อมต่อ
• ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตใหม่ A19 (สถาปัตยกรรม 3nm) CPU 6-Core (เร็วกว่า iPhone 11 ถึง 2 เท่า) และ GPU 4-Core รองรับ Hardware-Accelerated Ray Tracing สำหรับสายเกมมิ่ง
• 16-core Neural Engine อัปเกรดใหม่เพื่อรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence ภายในเครื่องโดยเฉพาะ
• ชิปโมเด็ม Apple C1X ที่ Apple ออกแบบเอง เร็วกว่าโมเด็มบน 16e ถึง 2 เท่า และประหยัดพลังงานกว่าโมเด็มของ 16 Pro ถึง 30%
• รองรับ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.3 และซิมคู่ (Nano + eSIM)
• มาพร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด iOS 26
📸 กล้องถ่ายภาพ
• กล้องหลังเลนส์เดี่ยว 48MP Fusion Camera (f/1.6) ถ่ายภาพเริ่มต้นที่ความละเอียด 24MP และสามารถครอปเซ็นเซอร์เพื่อใช้งานการซูมคุณภาพเทียบเท่าออปติคัล 2x ได้ พร้อมกันสั่น OIS
• โหมด Portrait อัจฉริยะ จับความลึกอัตโนมัติเมื่อเจอคนหรือสัตว์เลี้ยง สามารถนำมาปรับเบลอฉากหลังได้ทีหลัง พร้อมระบบประมวลผล HDR ที่ดีขึ้น
• รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K Dolby Vision ที่ 60 fps
• บันทึกเสียงแบบ Spatial Audio (สำหรับฟังร่วมกับ AirPods หรือ Vision Pro) และมี AI ช่วยตัดเสียงลมรบกวน
• กล้องหน้า 12MP TrueDepth (f/1.9) ออโต้โฟกัส (Focus Pixels) และถ่ายวิดีโอ 4K 60 fps Dolby Vision ได้เช่นกัน
🔋 แบตเตอรี่และการชาร์จ
• เล่นวิดีโอต่อเนื่องได้นานสูงสุด 26 ชั่วโมง
• พอร์ตชาร์จ USB-C ชาร์จไว 50% ภายใน 30 นาที (ด้วยอะแดปเตอร์ 20W ขึ้นไป)
• รองรับชาร์จไร้สาย MagSafe และ Qi2 สูงสุดที่ 15W (อัปเกรดจากรุ่น 16e ที่ได้แค่ 7.5W)
• มีฟีเจอร์ความปลอดภัยครบ ทั้งระบบติดต่อฉุกเฉินผ่านดาวเทียม (ในบางประเทศ) และระบบตรวจจับการชน (Crash Detection)
💰 ราคาและการวางจำหน่าย
รุ่นนี้ไม่มีความจุ 128GB แล้วนะ เริ่มต้นที่ 256GB เลย!
โดยราคาเริ่มต้นที่ 22,900 บาท ในรุ่นความจุ 256GB และรุ่นความจุ 512GB ราคาจะอยู่ที่ 30,900 บาท
🎨 ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ดำ (Black), ขาว (White) และ สีชมพูอ่อน (Soft Pink)
🛡 มีเคสซิลิโคน MagSafe แบบใหม่วางจำหน่าย 6 สี (Black, Anchor Blue, Light Moss, Vanilla, Bright Guava และ Soft Pink)
🗓 กำหนดการเปิดสั่งจองล่วงหน้าในกว่า 70 ประเทศ (รวมถึงไทย) ในวันพุธที่ 4 มีนาคม และเริ่มวางจำหน่ายจริงพุธที่ 11 มีนาคม นี้!
Source : FoneArena
Article By : โลกไอทีวันนี้



