Google เปิดตัว Pixel Tag ซึ่งเป็นอุปกรณ์ติดตามสิ่งของ (Finder Tag) รุ่นแรกของบริษัท สำหรับใช้ติดตามสิ่งของต่างๆ เช่น กุญแจ กระเป๋าสตางค์ และกระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์นี้ใช้เครือข่าย Find Hub ของ Google เพื่อค้นหาสิ่งของที่ติดแท็กผ่านบลูทูธเมื่ออยู่ใกล้เคียง และค้นหาผ่านเครือข่ายอุปกรณ์ Android กว่าพันล้านเครื่องเมื่ออยู่นอกระยะการเชื่อมต่อ
Pixel Tag มีดีไซน์สแตนเลสสตีลที่บางเฉียบ ประกอบขึ้นจากวัสดุโพลีคาร์บอเนตและโลหะ มีขนาด 46.1 x 28 x 5.4 มม. น้ำหนัก 11.8 กรัม และมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 สามารถทนต่อการจมน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร ได้นาน 30 นาที ใช้แบตเตอรี่แบบกระดุม CR2032 ที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเองได้ โดยมีอายุการใช้งานนานกว่า 1 ปี
ตัวเครื่องมาพร้อมลำโพงในตัวและปุ่มสำหรับใช้ค้นหาตัวแท็กหรือสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อไว้ โดย
• ลำโพง สามารถเล่นเสียงเพื่อระบุตำแหน่งของแท็กได้
• ปุ่มกด สามารถสั่งให้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อส่งเสียงดังขึ้นมาได้ แม้ว่าเครื่องจะตั้งค่าปิดเสียงไว้ก็ตาม
สำหรับการตั้งค่า จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android 9 ขึ้นไป หลังจากดึงแถบแบตเตอรี่ออก ผู้ใช้สามารถนำแท็กไปใกล้ๆ สมาร์ทโฟนและจับคู่ผ่านฟีเจอร์ Fast Pair ได้ทันที โดยแอป Find Hub จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ
• เลือกหมวดหมู่ของสิ่งของ หรือตั้งชื่อป้ายกำกับเองได้
• ดูสิ่งของที่ติดแท็กบนแผนที่
• แชร์การเข้าถึง Pixel Tag ให้กับบุคคลอื่นได้สูงสุดถึง 10 คน
สำหรับสิ่งของที่อยู่ใกล้เคียง Find Hub สามารถสั่งให้แท็กส่งเสียงได้เมื่ออยู่ในระยะบลูทูธ นอกจากนี้ เทคโนโลยี Ultra-Wideband และ Bluetooth Channel Sounding ยังช่วยให้สามารถค้นหาได้อย่างแม่นยำ (Precision Finding) พร้อมบอกระยะห่างแบบเมตรต่อเมตรและมีการนำทางบอกทิศทาง ผู้ใช้ยังสามารถเปิดใช้งานการแจ้งเตือน "Left Behind" เพื่อรับการเตือนเมื่อลืมสิ่งของที่ติดแท็กทิ้งไว้ได้อีกด้วย
เมื่อ Pixel Tag อยู่นอกระยะบลูทูธ Find Hub สามารถใช้เครือข่ายของอุปกรณ์ Android มากกว่าหนึ่งพันล้านเครื่องเพื่อช่วยระบุตำแหน่งได้ ทาง Google ระบุว่าเครือข่ายนี้ใช้ข้อมูลตำแหน่งที่เข้ารหัสแบบ End-to-end โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ นอกจากนี้ สมาร์ทโฟน Android ยังสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อตรวจพบแท็กที่ไม่รู้จักกำลังเดินทางไปกับพวกเขา พร้อมให้คำแนะนำในการสั่งให้แท็กส่งเสียงและวิธีจัดการขั้นต่อไป
Pixel Tag ยังทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Pixel อื่นๆ ได้ด้วย โดย
• Pixel Watch ค้นหาตำแหน่งและสั่งให้แท็กส่งเสียงผ่านแอป Find Hub หรือเบราว์เซอร์
• Pixel Buds สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Gemini ให้ส่งเสียงเรียกแท็กได้
🔵 สเปค Google Pixel Tag
ขนาด : 46.1 x 28 x 5.4 มม.
น้ำหนัก : 11.8 กรัม
วัสดุ : โพลีคาร์บอเนตและโลหะ
สี : สีเทาหมอก (Fog)
การกันน้ำและฝุ่น : IP67 ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที
การเชื่อมต่อ : Bluetooth Channel Sounding, Ultra-Wideband
แบตเตอรี่ : ถ่านกระดุม CR2032 (ผู้ใช้เปลี่ยนเองได้)
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ : มากกว่า 1 ปี
เซ็นเซอร์ : Accelerometer
ลำโพง : แบบบิลต์อินในตัว
การรองรับ : สมาร์ทโฟนที่รัน Android 9 ขึ้นไป
บรรจุภัณฑ์ : ปราศจากพลาสติก 100%
การรับประกัน : 1 ปี
🔵 ราคาและการวางจำหน่าย
Google Pixel Tag วางจำหน่ายในอินเดียในราคา 3,799 รูปี (ประมาณ 1,320 บาท) ขณะที่แบบแพ็ก 4 ชิ้น มีราคาอยู่ที่ 12,900 รูปี (ประมาณ 4,480 บาท) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป
Source : FoneArena
Article By : โลกไอทีวันนี้





