ในปี 2026 วงการไอทีกำลังเผชิญกับวิกฤตฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ เนื่องจาก AI Servers ดึงกำลังการผลิตหน่วยความจำ (DRAM) ไปจากตลาดพีซีและสมาร์ทโฟน ส่งผลให้ราคาสินค้าไอทีพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
1. ทำไมจู่ๆ RAM ถึงขาดตลาดและแพงระยับ?
● AI แย่งสายการผลิต : 4 ยักษ์ใหญ่คลาวด์ทุ่มงบลงทุนสร้าง Data Center พุ่งเป็น 7.25 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 โรงงานผลิตชิปจึงเทกำลังการผลิตไปทำแรมความเร็วสูง (HBM) ป้อนเซิร์ฟเวอร์ AI ที่กำไรดีกว่า จน RAM ปกติสำหรับมือถือและพีซีขาดแคลน
● คนแห่รัน AI บนเครื่องตัวเอง : โมเดล AI ยุคใหม่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ฟรีมากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการเครื่องที่มี RAM สูงพอที่จะรันโมเดลเหล่านั้นได้
● ราคาต้นทุนพุ่งทบต้น : ข้อมูลจาก TrendForce ชี้ว่าราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ปี 2026 พุ่งขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส (Q1 +92.5%, Q2 +60.5%, Q3 +15.5%) ดันราคา DRAM และ SSD พุ่งทะยานถึง +130% ภายในสิ้นปี 2026
2. ผลกระทบต่อ "มือถือ" และ "คอมพิวเตอร์"
จากการคาดการณ์ของ Gartner และสำนักวิจัยตลาดอย่าง IDC ผู้บริโภคต้องเจอผลกระทบโดยตรง ดังนี้
● มือถือแพงขึ้น-ถูกลดสเปก : ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง 8.4% มือถือรุ่นประหยัดและระดับกลางเจ็บหนักสุด หลายแบรนด์ต้องแก้เกมด้วยการลด RAM ลง (เช่น จาก 12GB เหลือ 8GB) เพื่อพยุงราคาขายหน้าร้าน ขณะที่คนซื้อหันไปหามือถือมือสองมากขึ้น
● พีซีราคาพุ่ง +17% : สัดส่วนต้นทุนหน่วยความจำในพีซีเพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 23% ส่งผลให้ยอดจัดส่งพีซีทั่วโลกลดลง 10.4%
● อวสานโน้ตบุ๊กถูก : พีซีระดับราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ (ราว 17,000 บาท) จะหายไปจากตลาดอย่างถาวรภายในปี 2028 และเทรนด์ AI PC จะดีเลย์ออกไปเป็นปี 2028 เช่นกัน
3. วิกฤตนี้จะอยู่นานแค่ไหน และแนวโน้มต่อไปคืออะไร?
● ลากยาวถึงปลายปี 2027 – 2028 : การสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ต้องใช้เวลาหลายปี ขณะที่โควตาผลิตชิปถูกจองเต็มข้ามปีไปแล้ว คาดว่าราคาจะตึงตัวไปจนถึงกลางปี 2027 และตลาดจะเริ่มกลับมาสมดุลอีกครั้งในปี 2028
● จุดเปลี่ยนเมื่อฟองสบู่ AI ชะลอตัว : Gartner คาดว่า มากกว่า 40% ของโปรเจกต์ Agentic AI ในองค์กรจะถูกยกเลิกภายในสิ้นปี 2027 เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหวและยังไม่เห็นผลกำไรที่ชัดเจน (ซึ่งปัจจุบัน 95% ของโปรเจกต์นำร่องยังไม่สร้างผลกำไรที่วัดผลได้) เมื่อดีมานด์ฝั่งองค์กรลดความร้อนแรงลง จะช่วยให้ตลาดชิปหน่วยความจำผ่อนคลายขึ้น
● ทางรอดด้วยเทคโนโลยีใหม่ : อุตสาหกรรมกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีหน่วยความจำยุคใหม่ เช่น HBM4, LPCAMM2 (แรมโน้ตบุ๊กรูปแบบใหม่), Unified Memory และการฝังหน่วยประมวลผลลงในแรม (Processing-in-Memory) เพื่อทลายคอขวดนี้
คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค ณ เวลานี้คือ หากมีแผนต้องซื้อมือถือหรือคอมพิวเตอร์ใหม่ในช่วงปีนี้หรือปีหน้า แล้วเจอรุ่นที่สเปกคุ้มค่าในราคาเดิม แนะนำให้ตัดสินใจซื้อทันที เพราะราคาฮาร์ดแวร์จะยังคงทรงตัวในระดับสูงไปอีกอย่างน้อย 1–2 ปี ครับ
Source : ASUS
Article By : โลกไอทีวันนี้


