หากพูดถึงสมาร์ตโฟนที่เป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตและดีไซน์ที่ล้ำสมัย ชื่อของ "OPPO Reno Series" มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง และในปี 2026 นี้ การกลับมาของ OPPO Reno15 Series 5G ไม่ใช่แค่การปรับโฉมภายนอก แต่เป็นการยกระดับอย่างเต็มตัว ภายใต้คอนเซปต์ “สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อต” ที่มุ่งตอบโจทย์เหล่าวัยรุ่นสายเทรนดี้โดยเฉพาะ
โลกไอทีวันนี้ จะพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์จริงกับ OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนที่รวมเอาความงาม นวัตกรรม และความฉลาดของ AI มาไว้ในเครื่องเดียวครับ
แกะกล่อง OPPO Reno15 5G
สเปค OPPO Reno15 5G
หน้าจอแบนชนิด AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว , ความละเอียด 1.5K (2760 × 1256 พิกเซล) อัตรารีเฟรช 120Hz , อัตราการ Touch Sampling Rate 240Hz ความสว่างสูงสุด 1200nits การหรี่แสง PWM ความถี่สูง 2160Hz ครอบทับด้วยกระจก OPPO Crystal Shield
CPU : Snapdragon 7 Gen 4
GPU : Adreno 722
RAM : 12GB
ROM : 256GB / 512GB
รองรับ 2 Sim Cards
รองรับ 5G Dual Mode
กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50 + 8 + 50 ล้านพิกเซล , เซนเซอร์หลักขนาด 1/1.56" , รูรับแสง f/1.8, OIS , กล้องอัลตราไวด์ 116º รูรับแสง ƒ/2.0 , กล้อง TelePhoto Periscope รองรับ Optical Zoom 3.5X , OIS , รูรับแสง f/2.8 , รองรับกาบันทึกวิดีโอ 4K 60 fps
กล้องหน้า 50 ล้านพิกเซล , รูรับแสง f/2.0 , รองรับบันทึกวิดีโอ 4K 60 fps
รองรับระบบสแกนใบหน้า
รองรับระบบสแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ
รองรับลำโพงคู่แบบสเตอริโอ
รองรับการทนน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP66 + IP68 + IP69
รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6 802.11 ax (2.4GHz + 5GHz), Bluetooth 5.4, Beidou, GPS, GLONASS, Galileo, QZSS
พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
แบตเตอรี่ 6500mAh + ระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC
ระบบปฎิบัติการ : Android 16 + ColorOS 16
ขนาด : 158.0×74.83×7.77 มม. (สี Twilight Blue) / 7.99 มม. (สี Aurora White / Aurora Blue)
น้ำหนัก : 197 กรัม
ตัวเครื่องสี Twilight Blue เมื่อความงามของท้องฟ้ามาอยู่บนฝ่ามือ
การออกแบบของ OPPO Reno15 5G สี Twilight Blue ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ความสงบของจักรวาล" (The Hush of the Cosmos) และพลังงานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบสงัดของดวงดาวที่ยังมองไม่เห็น ให้ความรู้สึกที่มั่นคง ทรงพลัง แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลและเป็นระเบียบ เหมาะกับผู้ที่ชอบความเรียบหรูแต่ไม่จำเจ
เทคโนโลยีการผลิตและผิวสัมผัสแบบ Satin Texture เป็นผิวสัมผัสแบบซาตินที่ให้ความรู้สึก "นุ่มนวลราวกับเส้นไหม" (Soft as silk) แต่มีความทนทานสูง
Star Ring Design โมดูลกล้องถูกปรับโฉมใหม่ในชื่อ "วงแหวนดวงดาว" ที่ดูเรียบหรูและเข้ากับพื้นผิวฝาหลังได้อย่างลงตัว
ความทนทานระดับพรีเมียม: ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอากาศยาน (Aerospace Aluminum) พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงสุดในอุตสาหกรรมอย่าง IP65/IP68/IP69 ซึ่งช่วยให้คุณนำไปถ่ายคอนเทนต์ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเจอฝน หิมะ หรือแม้แต่การล้างน้ำ (ตามเงื่อนไขมาตรฐาน)
"สี Twilight Blue ใน OPPO Reno15 ไม่ใช่แค่สีน้ำเงินเข้มทั่วไป แต่มันคืองานศิลปะที่ถ่ายทอดช่วงเวลาอันเงียบสงัดของท้องฟ้ายามค่ำคืน ผิวสัมผัสแบบ Satin Texture ให้ความรู้สึกเรียบเนียนดุจแพรไหมเมื่อสัมผัส ผสานกับเทคโนโลยี OPPO Glow ที่ทำให้ฝาหลังดูมีมิติประดุจประกายดาวในจักรวาล เป็นเฉดสีที่ดูสุขุม ลุ่มลึก และแฝงไปด้วยพลังงานที่น่าค้นหา"
หน้าจอแสดงผล สว่าง คมชัด และถนอมสายตา
OPPO Reno15 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่มอบการสัมผัสที่ลื่นไหลสุดๆ
Sunlight Display ความสว่างหน้าจอระดับสูงสุดที่สู้แดดเมืองไทยได้สบาย ทำให้การรับชมขณะอยู่กลางแจ้งทำได้แม่นยำ สีไม่ผิดเพี้ยน
Splash Touch อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ว้าวมาก คือความสามารถในการสั่งงานหน้าจอได้แม้ในขณะที่มือเปียกน้ำ ช่วยลดปัญหาหน้าจอเอ๋อเวลาเครื่องเปียกฝุ่นหรือหยดน้ำ
High-frequency PWM Dimming เทคโนโลยีช่วยลดการกะพริบของหน้าจอในที่แสงน้อย ช่วยถนอมสายตาสำหรับใครที่ชอบไถโซเชียลก่อนนอน
กล้องถ่ายภาพ AI พลิกโฉมการทำคอนเทนต์ด้วยมุมมองใหม่
นี่คือส่วนที่เป็น "Highlight" ที่สุดของรีวิวนี้ เพราะ OPPO ได้แก้ Pain Point หลักของผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนด้วยพลังของ AI และฮาร์ดแวร์ระดับโปร
กล้องหน้าเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP (ระยะ 0.6x)
ปกติกล้องหน้ามักจะมีข้อจำกัดเรื่องความกว้าง แต่ Reno15 5G ให้ระยะมาที่ 0.6x ซึ่งกว้างที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนขณะนี้
โดยมุมมองที่กว้างขึ้นช่วยให้เก็บเพื่อนครบกลุ่มและเห็นบรรยากาศรอบข้างได้ครบถ้วน และสำหรับสายเซลฟี่ มุมมอง 0.6x ช่วยให้เห็นทั้งใบหน้าและฉากหลังได้อย่างสมดุล ทำให้ภาพดูมีความเป็นมืออาชีพและสมจริงมากขึ้น
ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่มุมกว้าง
กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์
OPPO เลือกใช้เลนส์ระยะเทียบเท่า 85mm ซึ่งเป็นระยะสีทองของการถ่ายภาพบุคคล (Portrait)
Background Compression การซูม 3.5x ไม่ใช่แค่การทำให้ภาพใกล้ขึ้น แต่เป็นการดึงฉากหลังให้เข้ามาใกล้ตัวแบบมากขึ้น สร้างมิติภาพที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติเหมือนใช้เลนส์ Telephoto จากกล้อง DSLR และยังรองรับการ Digital Zoom สูงสุด 120 เท่า อีกด้วย
Reno Portrait Engine อัลกอริทึมรุ่นล่าสุดที่ปรับโทนสีผิว (Skin Tone) ให้ดูเปล่งประกาย สว่างใส แต่ยังคงรายละเอียดรูขุมขนและความเป็นธรรมชาติไว้ครบถ้วน ไม่ดูหลอกตา
ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคล 3.5x
ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์หลัก และ Ultra Wide
พลังการถ่ายภาพอีกระดับด้วยAI
AI Portrait Glow แก้ปัญหาการถ่ายภาพในที่แสงไม่เป็นใจ (ย้อนแสงหรือแสงน้อย) ให้กลายเป็นภาพที่มีแสงนวลสวยเหมือนจัดไฟในสตูดิโอ
AI Motion Photo ที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Popout เพื่อสร้างภาพปะติด (Collage) ที่ดูมีมิติ โดยระบบจะตรวจจับตัวแบบ (คน, สัตว์ หรือตัวการ์ตูน) แล้วทำให้ตัวแบบนั้น "ลอยเด่น" ออกมาเหนือพื้นหลังแบนๆ สามารถเลือกรูปภาพเพื่อทำ Popout ได้สูงสุดถึง 9 รูป โดยรองรับภาพเคลื่อนไหวรวมกันได้นานประมาณ 10 วินาที ช่วยให้การเล่าเรื่องแบบ "ข้ามเวลา" ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
ColorOS 16 และ AI อัจฉริยะ ผู้ช่วยส่วนตัวในกระเป๋า
ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดที่เน้นความฉลาดและการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว
AI Mind Space: คลังข้อมูลส่วนตัวที่คุณสามารถรวบรวมบทความ รูปภาพ หรือข้อมูลจากแอปต่างๆ ไว้ในที่เดียวเพียงแค่ใช้สามนิ้วรูดขึ้น นอกจากนี้มันยังฉลาดพอที่จะดึงข้อมูลจากรูปภาพ เช่น วันที่บนโปสเตอร์คอนเสิร์ตมาลงปฏิทินให้โดยอัตโนมัติ
Google Gemini Integration การทำงานร่วมกับ Google Gemini อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้คุณสั่งการด้วยเสียงแบบธรรมชาติเพื่อจัดการงานต่างๆ เช่น ตั้งปลุก สรุปโน้ต หรือขอคำแนะนำการเดินทางได้แบบทันที
AI Assistant มีฟีเจอร์อย่าง AI Call Summary ที่สรุปการสนทนาโทรศัพท์ให้ AI Writer ช่วยเขียนเรียบเรียงภาษาในระดับมืออาชีพ และ AI VoiceScribe ที่ช่วยถอดความจากการประชุมหรือวิดีโอคอลได้อย่างแม่นยำ
O+ Connect (Mac/Windows) ฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้คุณสามารถเชื่อมต่อและจัดการไฟล์จากโทรศัพท์บนคอมพิวเตอร์ทั้ง Mac และ Windows ได้อย่างสมบูรณ์ รวมไปถึงการส่งไฟล์ระหว่าง OPPO Reno15 Series 5G กับ iPhone อย่างไร้รอยต่อ
ประสิทธิภาพและความแรง ลื่นไหลไม่มีสะดุด 6 ปี!
Trinity Engine: ระบบจัดการทรัพยากรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความลื่นไหลนานถึง 6 ปี (60-Month Fluency Protection) มั่นใจได้ว่าเครื่องจะไม่หน่วงแม้ใช้งานไปนานๆ
รีวิวประสิทธิภาพการเล่นเกม ลื่นไหล เย็น และเสถียรด้วยพลัง AI
OPPO Reno15 Series 5G ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือชั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความแรง แต่รวมถึงการจัดการทรัพยากรที่ชาญฉลาดเพื่อให้เล่นได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
ขุมพลัง All-New Trinity Engine และหน้าจอ 120Hz
หัวใจสำคัญที่ทำให้การใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมลื่นไหลคือ All-New Trinity Engine บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานเพื่อจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่องได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้เครื่องทำงานได้อย่างเสถียรสูงสุดแม้จะเปิดแอปพลิเคชันค้างไว้หลายตัว เมื่อผสานกับหน้าจอ AMOLED อัตรารีเฟรช 120Hz ที่มีในทุกรุ่นของซีรีส์นี้ จึงทำให้ภาพกราฟิกในเกมดูสมูทและตอบสนองได้ทันท่วงที
AI HyperBoost 2.0: การันตีเฟรมเรต 120fps
สำหรับเกมเมอร์สายจริงจัง เอนจิน AI HyperBoost 2.0 คือตัวช่วยสำคัญที่การันตีความลื่นไหลและความเสถียรของเฟรมเรตในระดับ 120fps สำหรับเกมยอดนิยมอย่าง Mobile Legends: Bang Bang, Free Fire และ PUBG โดยมีเทคโนโลยีสนับสนุนดังนี้
● AI Adaptive Frame Booster: ใช้พลังประมวลผลของ GPU สร้างเฟรมภาพแทรกกลาง ทำให้ภาพกราฟิกดูนุ่มนวลขึ้นเป็นเท่าตัวในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง
● AI Adaptive Temperature Control: ระบบ AI จะคอยปรับกลยุทธ์การระบายความร้อนให้เหมาะสมกับเกมที่เล่น เพื่อชะลอการสะสมความร้อนของตัวเครื่อง ทำให้เล่นเกมต่อเนื่องได้ยาวนานโดยที่เครื่องไม่ร้อนจนประสิทธิภาพตก
เชื่อมต่อไม่มีสะดุดด้วย AI LinkBoost 3.0 และชิป X1
ปัญหาเน็ตหลุดหรือปิงขึ้นจะหมดไปด้วย AI LinkBoost 3.0 ที่คอยตรวจสอบและสลับไปใช้สัญญาณที่เร็วที่สุดให้โดยอัตโนมัติ พิเศษสำหรับรุ่น OPPO Reno15 Pro 5G และ Pro Max 5G จะมาพร้อมกับ ชิปเครือข่าย X1 ที่พัฒนาร่วมกับ MediaTek ซึ่งช่วยลดค่าความหน่วง (Latency) ในขณะเล่นเกมลงได้สูงสุดถึง 84%
แบตเตอรี่และระบบชาร์จ ใหญ่สะใจ 6500mAh
แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบ แต่ OPPO สามารถใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6500mAh มาให้ ซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน
80W SUPERVOOC ชาร์จไวทันใจ ไม่ต้องรอนาน พร้อมระบบความปลอดภัยหลายชั้นที่ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
สรุป
OPPO Reno15 5G ไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ตโฟนที่เน้นความสวยงามอีกต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ "ฉลาด" อย่างแท้จริง การอัปเกรดกล้องหน้ามุมกว้าง 0.6x และกล้องพอร์ตเทรต 3.5x เป็นการตอบโจทย์ที่ตรงใจสายคอนเทนต์ที่สุด อีกทั้งฟีเจอร์ AI อย่าง Mind Space และการการันตีความลื่นไหล 6 ปี ก็ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวอย่างมากครับ
ราคาจำหน่าย
รุ่น RAM 12GB/ROM 256GB : 16,999 บาท
รุ่น RAM 12GB/ROM 512GB : 18,999 บาท
พร้อมโปรโมชั่นของแถมสุดพิเศษช่วงเปิดตัว!
✨ รับฟรีของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 18,198 บาท ประกอบด้วย
E-VIP Card 2 ปี | Refresh Service 2 ปี | OPPO Enco Air4
📍จองเป็นเจ้าของ OPPO Reno15 Series 5G ก่อนใครได้แล้ววันนี้ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
📆ระยะเวลาโปรโมชั่น: ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม - 15 มกราคม 2569 เท่านั้น
สั่งซื้อได้ที่
Article By : โลกไอทีวันนี้


































































































