ถ้าพูดถึงสมาร์ตโฟนที่ "ครบเครื่อง" ในราคาที่จับต้องได้ ชื่อของ REDMI Note Series ต้องลอยมาเป็นอันดับแรกเสมอ แต่ในปีนี้ Redmi ไม่ได้แค่ทำมือถือที่ "คุ้ม" เท่านั้น แต่พวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ของความ "ทนทาน" และ "แบตเตอรี่" ที่กล้าพูดเลยว่า เรือธงราคาหลายหมื่นยังต้องหันมามอง
ขอแนะนำ REDMI Note 15 Series ทั้งสองรุ่นท็อป ได้แก่พี่ใหญ่ REDMI Note 15 Pro+ 5G และแฝดผู้น้องสเปกแรง REDMI Note 15 Pro 5G ซึ่งปีนี้มาพร้อมคอนเซปต์ "REDMI Titan Durability" หรือ "แกร่งระดับ Titan"
แกร่งแค่ไหน? กล้อง 200MP ดีจริงไหม? และแบตเตอรี่ชนิดใหม่ Silicon-Carbon ที่ใส่มาให้เกิน 6500mAh จะใช้งานได้นานข้ามวันจริงหรือเปล่า? บทความนี้เราจะมารีวิวเจาะลึกกันแบบม้วนเดียวจบ ลองไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง
Part 1 : REDMI Note 15 Pro+ 5G พี่ใหญ่สายพรีเมียม สเปคจัดเต็มที่สุด
เรามาเริ่มกันที่พี่ใหญ่ของงานอย่าง REDMI Note 15 Pro+ 5G กันก่อนครับ รุ่นนี้ถือเป็นการรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของ Redmi ในปีนี้มาไว้ในเครื่องเดียว
ดีไซน์หรูหรา พร้อมความแกร่งระดับ "Titan"
สัมผัสแรกที่จับ REDMI Note 15 Pro+ 5G ต้องบอกว่า "พรีเมียมมาก" รุ่นนี้ใช้ดีไซน์หน้าจอโค้ง All-Around Liquid Display ที่รับกับฝ่ามือพอดี ตัวเครื่องมีความบางแต่ดูแน่นหนา ด้านหลังโดดเด่นด้วยโมดูลกล้องแบบ Volcanic Deco แบบลอยตัว ให้ความรู้สึกสมดุลและดูแพง สีที่ผมได้มาคือสี Mocha Brown ที่ดูสุขุมนุ่มลึก (ยังมีสี Glacier Blue และ Black ให้เลือกด้วย)
แต่ความสวยนี้ซ่อน "ความถึก" ไว้ครับ ภายใต้ชื่อ REDMI Titan Durability
กระจกหน้าจอ: ใช้ Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 ระดับเดียวกับเรือธง ทนรอยขีดข่วนและการตกกระแทกดีเยี่ยม
โครงสร้าง: เสริมความแข็งแกร่งภายใน ทนการตกจากที่สูงได้ถึง 2.5 เมตร (ได้รับการรับรองจาก SGS)
กันน้ำกันฝุ่นระดับเทพ: ปีนี้ Redmi บ้าพลังมาก ให้มาทั้ง IP66, IP68, IP69 และ IP69K!
ขยายความ: IP69K หมายความว่ามันสามารถทนต่อการฉีดน้ำแรงดันสูงและน้ำที่มีอุณหภูมิสูงได้! และยังกันน้ำลึก 2 เมตร ได้นาน 24 ชั่วโมง (Lab Test) นี่คือสเปกที่ Rugged Phone บางรุ่นยังอายครับ
หน้าจอ 1.5K CrystalRes ที่สู้แสงได้จริง
หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K CrystalRes ให้ความคมชัดสูงกว่า FHD+ ทั่วไป แต่กินพลังงานน้อยกว่า 2K สีสันคือสวยสดแบบ 12-bit รองรับ Dolby Vision และ HDR10+ ครบถ้วน
จุดที่ต้องชมคือ Peak Brightness 3200nits ครับ ลองเอาไปถ่ายรูปกลางแดดตอนเที่ยง มองเห็นจอชัดเจน ไม่ต้องเพ่ง
และฟีเจอร์ที่ชอบมากคือAI Wet Touch 2.0 เวลาฝนตกปรอยๆ หรือมือเปียก ก็ยังทัชหน้าจอได้แม่นยำ ไม่รวน
กล้อง 200MP (HPE Sensor) คมชัดทุกระยะ
REDMI Note 15 Pro+ 5G ใช้เซนเซอร์ตัวใหม่ HPE 200MP เปิดตัวระดับโลกในรุ่นนี้ พร้อมกันสั่น OIS
คุณภาพไฟล์ ถ่ายปกติจะรวมพิกเซลแบบ 16-in-1 ได้ไฟล์ 12.5MP ที่สว่างและเนียนตา แต่ถ้าเปิดโหมด 200MP คือซูมดูดีเทลได้ยิบย่อยมาก , รองรับ Lossless-like zoom ได้ที่ 2x และ 4x โดยเฉพาะระยะ 4x (ประมาณ 92mm) ถ่าย Portrait หรือถ่ายเจาะวัตถุได้ละลายหลังสวยมาก
AI Photography : มีฟีเจอร์ AI Erase Pro ลบคนออกจากภาพได้เนียนกริบ AI Expand ขยายเติมภาพให้กว้างขึ้น และ AI Remove Reflection ที่ช่วยลบเงาสะท้อนเวลารถถ่ายรูปผ่านกระจกหน้าต่างหรือตู้โชว์ อันนี้เวิร์คมาก!
งานวิดีโอรองรับ 4K ที่ได้เทคโนโลยี DAG HDR ช่วยให้ถ่ายย้อนแสงแล้วหน้าไม่มืด ท้องฟ้าไม่ขาวโพลน เก็บ Dynamic Range ได้กว้างขึ้นชัดเจน
ตัวอย่างภาพถ่าย
ขุมพลัง Snapdragon 7s Gen 4 และระบบระบายความร้อน IceLoop
หัวใจหลักคือชิปเซ็ต Snapdragon® 7s Gen 4 (4nm) ประสิทธิภาพแรงหายห่วง เล่นเกมฮิตๆ อย่าง ROV, PUBG, Genshin Impact ได้ลื่นไหล ได้กราฟิคระดับสูง
สิ่งที่ทำให้รุ่น Pro+ พิเศษกว่าคือระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop ที่ใช้ปั๊มลูปสแตนเลสขนาดใหญ่ ช่วยถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าระบบ VC ทั่วไป ทำให้เฟรมเรตไม่ตกแม้เล่นเกมนานๆ
แบตเตอรี่แห่งอนาคต 6500mAh + 100W HyperCharge
REDMI Note 15 Pro Seriesใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ทำให้สามารถยัดความจุ 6500mAh ลงไปในเครื่องที่บางขนาดนี้ได้
โดยการใช้งานทั่วไป อยู่ได้เกือบ 2 วันสบายๆ หรือถ้าใช้งานหนักๆ เล่นเกมถ่ายรูป ก็จบวันได้โดยไม่ต้องพก Power Bank
รองรับ 100W HyperCharge ชาร์จจาก 0-100% ในเวลาประมาณ 40 นาที เท่านั้น (เร็วมากเมื่อเทียบกับความจุแบตที่มหาศาลขนาดนี้) แถมยังใจดี มี Reverse Charging 22.5W เอาไว้ชาร์จไฟให้หูฟัง หรือสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้ด้วย
Part 2 : REDMI Note 15 Pro 5G ทางเลือกสายจอแบน ที่แบตอึดกว่า!
มาถึงรุ่นน้องอย่าง REDMI Note 15 Pro 5G กันบ้าง รุ่นนี้สเปกโดยรวมคล้ายตัว Pro+ ถึง 80% แต่มีจุดต่างที่น่าสนใจสำหรับคนอีกกลุ่มครับ
ทีม "จอแบน" เชิญทางนี้
ถ้าคุณไม่ถนัดจอโค้ง กลัวลั่น หรือหาฟิล์มติดยาก REDMI Note 15 Pro ตอบโจทย์ครับ เพราะมาพร้อม หน้าจอแบน (Flat Display) 6.83 นิ้ว สเปกเทพเหมือนกัน (AMOLED 1.5K, 120Hz)
ดีไซน์ขอบเหลี่ยมจับถนัดมือและมีสีพิเศษ Titanium Color และ Mist Purple ที่สวยแปลกตา
ชิปเซ็ตต่าง แต่แรงไม่แพ้กัน
รุ่น Pro เปลี่ยนมาใช้ชิป MediaTek Dimensity 7400-Ultra (4nm) ซึ่งในแง่การใช้งานจริง ความลื่นไหล การเปิดแอป แทบไม่ต่างจาก Snapdragon ในรุ่นพี่ครับ จัดการพลังงานได้ดีเยี่ยมเช่นกัน
แบตเตอรี่เยอะกว่า... แต่ชาร์จช้ากว่านิดนึง
เซอร์ไพรส์คือรุ่น Pro ให้แบตเตอรี่มาเยอะกว่ารุ่นพี่ครับ! อยู่ที่ 6580mAh (Silicon-Carbon เหมือนกัน) ใครเน้นสแตนด์บายนานที่สุด ตัวนี้ชนะเลิศ แต่แลกมาด้วยความเร็วการชาร์จที่ 45W Turbo Charging อาจจะไม่ได้เร็วปรู๊ดปร๊าดแบบ 100W แต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการชาร์จทิ้งไว้ตอนนอนหรือพักทานข้าวครับ
ความแกร่งและกล้องที่ไว้ใจได้
รุ่น Pro ธรรมดาก็ได้มาตรฐาน REDMI Titan Durability เหมือนกันครับ
กระจก Victus 2
กันน้ำ IP66/IP68/IP69/IP69K
กล้องหลัก 200MP + OIS ตัวเดียวกัน (แต่กล้องหน้าลดลงมาเหลือ 20MP ส่วนรุ่น Pro+ ให้มา 32MP)
สรุปตารางสเปค (Specifications)
บทสรุป เลือกรุ่นไหนดี?
จากการทดสอบใช้งานจริง ทั้งคู่คือสมาร์ตโฟนที่ "คุ้มค่า" และ "ครบเครื่อง" ที่สุดในเรทราคานี้ แต่ถ้าต้องฟันธงเลือก
🎯 ไปที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G ถ้าคุณ...
ต้องการเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ชาร์จไว 100W (ชีวิตเร่งรีบต้องตัวนี้)
ชอบดีไซน์หน้าจอโค้งที่ดูหรูหรา พรีเมียม
เป็นสายเกมเมอร์ที่ต้องการชิป Snapdragon และระบบระบายความร้อน IceLoop
อยากได้กล้องหน้า 32MP ที่คมชัดกว่า
🎯 ไปที่ REDMI Note 15 Pro 5G ถ้าคุณ...
เป็นสาย "Flat Screen Lover" ชอบจอแบน ติดฟิล์มง่าย
เน้นความอึดของแบตเตอรี่เป็นที่ตั้ง (6580mAh คือที่สุด)
ต้องการเซฟงบประมาณลงมา โดยยังได้ความทนทานและกล้องหลัก 200MP เหมือนรุ่นพี่
REDMI Note 15 Series ปีนี้ พิสูจน์แล้วครับว่า มือถือที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้อง "ทนทาน" และ "ตอบโจทย์" การใช้งานจริงได้ดีที่สุด และสองรุ่นนี้สอบผ่านฉลุยครับ!
ราคาจำหน่ายและโปรโมชั่น
1️⃣ REDMI Note 15 Pro+ 5G (12GB+512GB)
💸 ราคา 14,990 บาท
🎨 สี : Mocha Brown, Glacier Blue, Black
สั่งซื้อได้ที่ : https://s.shopee.co.th/30hpgnFgvm
2️⃣ REDMI Note 15 Pro 5G
💸 รุ่น 12GB+512GB ราคา 12,990 บาท
สั่งซื้อได้ที่ : https://s.shopee.co.th/8pfcdgtIqb
💸 รุ่น 8GB+256GB ราคา 9,999 บาท
สั่งซื้อได้ที่ : https://s.shopee.co.th/6AerSpKWLb
🎨 สี : Titanium Color, Mist Purple, Black
3️⃣ REDMI Note 15 5G (8GB+256GB)
💸 ราคา 8,499 บาท
🎨 สี : Glacier Blue, Mist Purple, Black
4️⃣ REDMI Note 15 (8GB+256GB)
💸 ราคา 6,699 บาท
🎨 สี: Glacier Blue, Purple, Black
🎁 โปรโมชั่นพิเศษ! ซื้อระหว่างวันที่ 16-31 ม.ค. 69
👉 ซื้อรุ่น Pro+ 5G : รับฟรี! Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact (เครื่องฟอกอากาศ) + ประกันแบตฯ 4 ปี + ประกันจอแตก/น้ำเข้า/ตัวเครื่อง 2 ปี (รวมมูลค่า 13,687 บาท)
👉 ซื้อรุ่น Pro 5G : รับฟรี! Mi Smart Standing Fan 2 Lite (พัดลม) หรือ Xiaomi Backpack (ตามรุ่นความจุ) + ชุดประกันจัดเต็มเหมือนรุ่นพี่ (รวมมูลค่าสูงสุด 12,887 บาท)
👉 ซื้อรุ่น Note 15 5G / Note 15 : รับฟรี! Xiaomi Backpack + ประกันจอแตก 2 ปี + ประกันเครื่อง 2 ปี
📍 ช่องทางจำหน่าย: Xiaomi Store, ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์
📅 เริ่มจำหน่าย: 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
Article By : โลกไอทีวันนี้






































































