Google ได้ปล่อยเวอร์ชันอัปเดตของ Gemini 3 Deep Think ซึ่งเป็นโหมดการให้เหตุผลเฉพาะทาง (specialized reasoning mode) ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนในด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และ วิศวกรรม
🧠 Gemini 3 Deep Think คืออะไร?
การอัปเกรดนี้พัฒนาขึ้นร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย เพื่อรับมือกับความท้าทายที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน ขอบเขตไม่ชัดเจน และไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว โดยผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับประโยชน์ทางวิศวกรรมเพื่อรองรับการใช้งานจริง
👉 ตัวอย่างการใช้งานจริงจากผู้ทดสอบกลุ่มแรก
● การวิจัยคณิตศาสตร์ : Lisa Carbone นักคณิตศาสตร์จาก Rutgers University ใช้ตรวจสอบงานวิจัยคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ขั้นสูง และระบบสามารถระบุข้อบกพร่องทางตรรกะที่ซ่อนอยู่ซึ่งการตรวจสอบโดยมนุษย์ก่อนหน้านี้ไม่พบ
● วัสดุศาสตร์ : Wang Lab จาก Duke University ใช้ Deep Think ปรับปรุงการปลูกผลึกคริสตัลที่ซับซ้อนสำหรับการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ โดยสามารถออกแบบวิธีการปลูกฟิล์มบางที่ใหญ่กว่า 100 μm ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วิธีเดิมทำได้ยาก
● การออกแบบทางวิศวกรรม : Anupam Pathak จาก Google (อดีต CEO ของ Liftware) ใช้เร่งกระบวนการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ
🔵 ประสิทธิภาพด้านคณิตศาสตร์และอัลกอริทึม
เวอร์ชันอัปเดตนี้ทำคะแนนได้สูงมากในการทดสอบต่างๆ
• Humanity’s Last Exam : 48.4% (โดยไม่ใช้เครื่องมือช่วย)
• ARC-AGI-2 : 84.6%
• Codeforces : Elo 3455 (การเขียนโปรแกรมแข่งขัน)
• International Math Olympiad 2025 : ประสิทธิภาพระดับเหรียญทอง
🔵 การใช้งานด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
• ได้ผลลัพธ์ระดับเหรียญทองในข้อเขียนของ ฟิสิกส์โอลิมปิก (2025) และ เคมีโอลิมปิก
• ทำคะแนนได้ 50.5% ในการทดสอบ CMT-Benchmark (ฟิสิกส์ทฤษฎีขั้นสูง)
• ช่วยนักวิจัยตีความชุดข้อมูลที่ซับซ้อนและช่วยวิศวกรจำลองระบบทางกายภาพผ่านโค้ด
👉 ความพร้อมใช้งาน
• Gemini App : เข้าถึงได้สำหรับสมาชิก Google AI Ultra
• Gemini API : เปิดให้ใช้ผ่านโปรแกรม Early Access สำหรับนักวิจัย วิศวกร และองค์กร
Source : FoneArena
Article By : โลกไอทีวันนี้



