โลกไอทีวันนี้ (World IT Today)

FullReview | Sony 1000X THE COLLEXION หูฟังระดับมาสเตอร์พีซ ฉลอง 10 ปีซีรีส์ 1000X เพิ่มความหรูพร้อมเสียงระดับไฮเอนด์!

หากพูดถึงหูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ระดับท็อปของวงการ ชื่อของซีรีส์ 1000X จาก Sony ต้องเป็นชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง นับตั้งแต่การเปิดตัว Sony MDR-1000X รุ่นแรกในปี 2016 วันนี้ครบรอบ 10 ปีบริบูรณ์ ทาง Sony จึงขยับเพดานวงการหูฟังไปอีกขั้นด้วยการส่งมอบผลงานชิ้นเอกที่ควรค่าแก่การสะสมในชื่อ "1000X THE COLLEXION" (พัน เอ็กซ์ เดอะ คอล เล็ก ชั่น) การมาถึงของรุ่นนี้ภายใต้คอนเซปต์ Master the art of listening ไม่ได้มาเพื่อแทนที่ไลน์อัปเดิมอย่าง WH-1000XM Series แต่เป็นการกระโดดลงไปเล่นในตลาดหูฟัง Luxury แบบเต็มตัว โดยทาง โลกไอทีวันนี้ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกจุดเด่นและการใช้งานจริงของหูฟังระดับพรีเมียมรุ่นนี้กันครับ


งานประกอบระดับช่างฝีมือ (Craftmanship) พรีเมียมทุกการสัมผัส



Sony เน้นย้ำเรื่องความหรูหราที่สัมผัสได้จริง โดยหูฟังรุ่นนี้ใช้วัสดุหลักเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ โลหะพรีเมียม (Premium Metal) และ หนัง (Leather) จุดเด่นคือชิ้นส่วนโลหะถูกขัดเงาด้วยมือ (Hand-polished) โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญแบบชิ้นต่อชิ้น ผสานการออกแบบที่เล่นกับพื้นผิวแบบกระจกเงา (Smooth mirror-polished) ตัดกับหนังเทียมที่ได้รับการปรับแต่งให้สัมผัสที่นุ่มนวลขั้นสุด



ใส่สบาย ไม่ล้า แม้ตัวหูฟังจะใช้วัสดุโลหะ จากการทดสอบสวมใส่จริง แม้ตัวบอดี้โลหะจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าหูฟังซีรีส์ XM ปกติเล็กน้อย แต่กลับ "ใส่สบายกว่าที่คิดมาก" เพราะ Sony ออกแบบก้านคาดศีรษะให้กว้างขึ้นเพื่อกระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีแรงบีบด้านข้างต่ำ (Low pressure)



Earcup หรือพื้นที่รอบใบหูถูกออกแบบให้ลึกและกว้างขึ้น หูไม่ชนกับไดรเวอร์ด้านใน ให้ความรู้สึกสบายคล้ายกับหูฟังระดับไฮเอนด์คู่แข่งอย่าง AirPods Max



หนังมีความยืดหยุ่นสูง ปรับให้เข้ากับรูปศีรษะอย่างเป็นธรรมชาติ และยังคล้องคอได้สบายๆ ไม่อึดอัด

พลังเสียงที่ถูกปรับจูนโดยวิศวกรระดับรางวัลแกรมมี่


ไฮไลต์สำคัญคือการทำงานร่วมกัน (Co-tuning) ระหว่าง Sony และวิศวกรเสียงระดับโลกจากสตูดิโอชื่อดังอย่าง Sterling Sound, Battery Studios และ Coast Mastering ซึ่งล้วนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับโลกอย่าง Taylor Swift, Rihanna, Lady Gaga และ BTS เพื่อให้ได้เสียงพรีเมียมตรงตามที่ครีเอเตอร์ต้องการสื่อสารจริงๆ


สเปกฮาร์ดแวร์และบุคลิกเสียงจากการทดสอบ



ไดรเวอร์แบบใหม่ (New bespoke drive unit) จากการทดสอบฟังจริง โทนเสียงของ THE COLLEXION ให้ความรู้สึกที่เหนือระดับไปอีกขั้น เบสมีอิมแพคที่ลึกและกระชับ ควบคุมได้ดีเยี่ยมไม่มีอาการบวมเบลอ เวทีเสียงกว้างขวาง (Soundstage) และให้รายละเอียดเสียงร้องกับเสียงแหลมที่ใสเคลียร์ ทรงพลังแม้ในแทร็กที่ดนตรีซับซ้อน


ชิปเซ็ตคู่ขุมพลังใหม่ โดยมาพร้อมชิปประมวลผล HD Noise Cancelling Processor QN3 และ Integrated Processor V3


DSEE Ultimate ใช้ Edge-AI ในการอัปสเกลไฟล์เพลงดิจิทัลที่ถูกบีบอัดให้มีความละเอียดสูงขึ้นแบบเรียลไทม์



รองรับการฟังแบบมีสาย (Wired Playback) โดยมีพอร์ต 3.5mm Aux มาให้ สำหรับใครที่ต้องการดึงประสิทธิภาพเสียงแบบ Lossless ออกมาให้สุดทาง


สามารถปรับแต่งเสียงและตั้งค่าหูฟังได้อย่างละเอียดผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect

ดื่มด่ำทุกมิติเสียง และการตัดเสียงรบกวนที่ "เงียบสงัด"

ระบบตัดเสียงรบกวนระดับตำนาน (Legendary NC) ในรุ่นนี้ยัดไมโครโฟนมาให้ถึง 12 ตัว ซึ่งจากการทดสอบจริงต้องบอกว่า "เงียบกริบ" มันสามารถตัดเสียงรบกวนย่านความถี่สูงที่หูฟัง ANC หลายตัวมักจะปล่อยหลุดเข้ามาได้อย่างหมดจด พร้อมระบบ Adaptive NC Optimizer ที่วิเคราะห์และปรับการตัดเสียงตามความกดอากาศและสภาพแวดล้อมจริงแบบเรียลไทม์

360 Reality Audio Upmix ยกระดับประสบการณ์ทั้ง Music, Cinema และ Game ให้เป็นเสียงรอบทิศทาง มีปุ่ม Listening Mode ให้กดสลับโหมดจาก 2ch stereo ปกติ ไปเป็น 360 Upmix ได้ทันที

AI อัจฉริยะ (Adaptive Sound Control) หูฟังสามารถเรียนรู้ได้ว่าคุณกำลังเดิน วิ่ง หรืออยู่ในยิม แล้วปรับโหมดรับเสียงภายนอก (Ambient Sound) ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ


คุยโทรศัพท์ชัดเจนที่สุดด้วย AI Beamforming 6 ตัว


สำหรับการคุยสายสนทนา หูฟังรุ่นนี้ให้เสียงที่คมชัดมาก ไม่มีเสียงซ่าหรือเสียงแตกให้กวนใจ ด้วยไมโครโฟนแบบ AI beamforming ถึง 6 ตัว มีอัลกอริธึม AI ลดเสียงรบกวนรอบข้าง โครงสร้างไมโครโฟนถูกจัดวางใหม่เพื่อลดเสียงลมปะทะ (Wind noise)


สามารถ Mute/Unmute เสียงไมค์เวลาคุยสายได้อย่างรวดเร็ว เพียงกดปุ่ม NC/AMB เบิ้ล 2 ครั้ง

ฟีเจอร์อัจฉริยะ และ แบตเตอรี่

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ใช้งานได้ 24 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และสูงสุด 32 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC (ข้อสังเกตเล็กๆ คือแบตเตอรี่อาจจะน้อยกว่าซีรีส์ปกติอย่าง XM เล็กน้อย แลกมากับคุณภาพเสียงและวัสดุที่กินไฟและมีน้ำหนักมากขึ้น)

ชาร์จไวและใช้งานต่อเนื่อง โดยชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้ถึง 1.5 ชั่วโมง และที่สำคัญ สามารถฟังเพลงไปพร้อมกับเสียบชาร์จแบตฯ ได้ (Listen while charging)

Speak-to-Chat เพลงจะลดเสียงลงอัตโนมัติเมื่อคุณเริ่มพูดคุย

Multi point connection เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกันสลับใช้งานได้ลื่นไหล

การดูแลรักษา ฟองน้ำครอบหู (Earpads) สามารถถอดเปลี่ยนทำความสะอาดได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ และตัวเคสพกพาก็ดีไซน์ใหม่ให้มีหูหิ้ว เปิด-ปิดด้วยแม่เหล็ก พกพาง่ายขึ้น

สรุปราคาและการวางจำหน่าย


Sony 1000X THE COLLEXION มีให้เลือก 2 สีสุดคลาสสิก คือ สีดำ และ สี Platinum ราคาเปิดตัว 21,990 บาท


  • กำหนดวางจำหน่าย : 5 มิถุนายน 2569


🎉 โปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว! รับสิทธิ์เพิ่มระยะเวลารับประกันอีก 15 เดือนทันที! เมื่อซื้อสินค้าและลงทะเบียนผ่าน My Sony Rewards ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 2569 - 31 ก.ค. 2569


หากคุณต้องการคุณภาพเสียงขั้นสุดยอดจาก Sony และหลงใหลในความพรีเมียมของวัสดุที่ใส่ใจทุกรายละเอียด Sony 1000X THE COLLEXION คือการลงทุนที่คุ้มค่าและเหมาะแก่การเก็บสะสมที่สุดในรอบทศวรรษครับ!


Article By : โลกไอทีวันนี้


โลกไอทีวันนี้

อัพเดทข่าวสารวงการไอทีแบบรวดเร็วทันใจ ช่องทางอื่นๆ www.facebook.com/worldittoday

Post a Comment (0)
Previous Post Next Post