Google ได้ประกาศเปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการสายรัดข้อมือที่เรียบง่าย ไม่เกะกะสายตา และมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสมาร์ทวอทช์ทั่วไป โดยเน้นการทำงานร่วมกับระบบนิเวศของ Google Health อย่างเต็มรูปแบบ และมาในขนาดเล็กกะทัดรัดสำหรับการสวมใส่ตลอดเวลา
จุดเด่นที่สุดของ Fitbit Air คือดีไซน์แบบ "ไร้หน้าจอ" รูปทรงก้อนกรวด (Pebble) ซึ่งทำให้มันกลายเป็นแทรคเกอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดของบริษัท ณ ขณะนี้ เน้นการสวมใส่ที่แนบเนียนไปกับข้อมือ โดยตัวอุปกรณ์จะใช้การแสดงผลข้อมูลและการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อเอาไว้แทน
แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ Fitbit Air ก็อัดแน่นไปด้วยเซ็นเซอร์คุณภาพสูงสำหรับการติดตามสุขภาพอย่างครบถ้วน ดังนี้
• ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก ตลอด 24 ชั่วโมง
• ตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจ พร้อมการแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (Afib)
• วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
• วัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV)
• ติดตามระยะเวลาและระยะต่างๆ ของการนอนหลับ (Sleep Stages)
โดย Fitbit Air จัดการระบบทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน "Google Health" ซึ่งผู้ใช้สามารถกดเริ่มบันทึกกิจกรรมได้เองผ่านแอป หรือจะใช้ระบบตรวจจับอัตโนมัติ (Automatic detection) สำหรับกิจกรรมทั่วไปก็ได้ ซึ่งทาง Fitbit ระบุว่าอัลกอริทึมการตรวจจับนี้จะเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้งานเมื่อเวลาผ่านไป
นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับ "Google Health Coach" เพื่อให้คำแนะนำส่วนบุคคล และที่น่าสนใจคือรองรับ "การบันทึกข้อมูลด้วยรูปภาพ" (Image-based logging) ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเครื่องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือกระดานจดตารางเวทเทรนนิ่ง เพื่อบันทึกการออกกำลังกายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
สำหรับผู้ใช้งานในระบบนิเวศของ Google อยู่แล้ว ข้อมูลการติดตามทั้งหมดจะทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น คุณสามารถสลับใส่ Pixel Watch ในตอนกลางวัน และเปลี่ยนมาใส่ Fitbit Air ตอนนอนหลับได้โดยที่ข้อมูลสถิติสุขภาพเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ
👉 สายรัดข้อมือหลากสไตล์ และรุ่นพิเศษ Stephen Curry
ตัวเครื่องหลัก (Pebble) สามารถถอดออกจากสายรัดเพื่อเปลี่ยนสไตล์ได้ตามต้องการ โดยช่วงเปิดตัวมีสาย 3 รูปแบบ ได้แก่
• Performance Loop Band สายมาตรฐานที่มาในกล่อง ทำจากวัสดุรีไซเคิล ระบายอากาศได้ดี และปรับความกระชับได้ละเอียด
• Active Band สายซิลิโคน กันน้ำและกันเหงื่อ เหมาะสำหรับการออกกำลังกายแบบหนักหน่วง
• Elevated Modern Band สายที่เน้นความแฟชั่น ออกแบบมาให้ดูคล้ายกับสร้อยข้อมือสุดคลาสสิก
นอกจากนี้ Fitbit ยังได้ร่วมมือกับนักบาสเกตบอลชื่อดัง "Stephen Curry" ออกสายรุ่นพิเศษแบบ Performance Loop สีน้ำตาล (Rye brown) ตัดด้วยส้ม มาพร้อมการเคลือบสารกันน้ำแบบพิเศษ และพิมพ์ลายบุนูนด้านในเพื่อช่วยเพิ่มการระบายอากาศขณะออกกำลังกาย
🔵 สเปคและข้อมูลทางเทคนิคของ Google Fitbit Air
ขนาดและน้ำหนัก : ความยาว: 34.9 มม. / ความกว้าง: 17 มม. / ความหนา: 8.3 มม.
น้ำหนัก (เฉพาะตัวเครื่อง) : 5.2 กรัม
น้ำหนัก (รวมสาย) : 12 กรัม
แบตเตอรี่ Lithium-polymer ใช้งานได้สูงสุด 7 วัน
ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% เพียง 90 นาที
ระบบชาร์จไว : ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานได้นาน 1 วันเต็ม
เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0
กันน้ำลึกระดับ 50 เมตร
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอล, เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 3 แกน (Accelerometer & Gyroscope), เซ็นเซอร์แสงสีแดงและอินฟราเรดสำหรับวัด SpO2, เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนัง (ดูข้อมูลได้ผ่านแอป) และมอเตอร์สั่น
บันทึกข้อมูลการเคลื่อนไหวแบบนาทีต่อนาทีได้ 7 วัน
บันทึกข้อมูลการออกกำลังกายแบบละเอียดได้ 1 วัน
บันทึกสรุปข้อมูลรายวันย้อนหลัง 30 วัน
เก็บข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจทุกๆ 2 วินาที
🔵 ราคาและการวางจำหน่าย
Fitbit Air รองรับการใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
รุ่นมาตรฐาน (Standard Fitbit Air) เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วในราคา 99.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,230 บาท) โดยผู้ซื้อจะได้รับสิทธิ์ทดลองใช้ Google Health Premium ฟรี 3 เดือน เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ Google Health Coach แบบเต็มรูปแบบ
รุ่นพิเศษ Stephen Curry Special Edition ราคา 129.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,190 บาท) เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านค้าในสหรัฐฯ วันที่ 26 พฤษภาคม เป็นต้นไป
สายรัดข้อมือเสริม (Accessory Bands) เปิดสั่งจองล่วงหน้าในราคาเริ่มต้นที่ 34.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,100 บาท)
Source : FoneArena
Article By : โลกไอทีวันนี้












