โลกไอทีวันนี้ (World IT Today)

vivo ประเทศไทย จัดงาน vivo Blue Talk Go Create ชวนมาทำความรู้จัก vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE จัดเต็มด้วยคุณสมบัติการถ่ายภาพขั้นเทพ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 21 พฤษภาคม นี้ !!!!


vivo ประเทศไทย จัดงาน vivo Blue Talk Go Create ขึ้นในวันนี้ เพื่อชวนให้มาทำความรู้จักกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ บอกเลยว่า vivo จัดสเปคกล้องมาให้แบบสุดๆ เอาใจสายถ่ายภาพและวิดีโอแบบเต็มพิกัด เรียกว่าอัปเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จนน่าตื่นเต้น! มาดูไฮไลต์เด่นๆกันครับ

เริ่มต้นที่ vivo X300 Ultra 👇


1.ZEISS Master Lenses Collection ยกเครื่องเซนเซอร์ใหญ่ทุกระยะ!

14mm Ultra-Wide เซนเซอร์ LYTIA 818 (50MP) ขนาด 1/1.28" พร้อมกันสั่นระดับ CIPA 6.0

35mm Documentary เซนเซอร์ LYTIA 901 ขนาด 1/1.12" เก็บแสงและมิติภาพได้ลึกขึ้น

85mm APO Telephoto ไฮไลต์เด็ด! มาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียด 200MP (ขนาด 1/1.4") มีระบบกันสั่น 3° Gimbal-Like Stabilization ระดับ CIPA 7.0 นิ่งสุดๆ

200mm & 400mm Equivalent ซูมไกลสะใจด้วย vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 และ Gen 2 Ultra รักษารายละเอียดภาพได้คมชัด

2.สาย Street & Portrait ต้องหลงรัก


Street Photography 3.0 จำลองโทนสีฟิล์มคลาสสิก (Daylight 200, 160, 400) ถ่ายจบหลังกล้องได้ภาพสวยมีสไตล์ทันที (Straight-Out-of-Camera)

vivo Color Palette ปรับแต่งโทนสีขั้นสูงได้ถึง 12 แบบตามสไตล์ของแต่ละคน

200 MP Refined Portrait ถ่ายคนด้วยความละเอียด 200MP เก็บรายละเอียด Texture ผิวหนังและเส้นผมได้แบบเนียนกริบ คมชัดทุกอณู

3.วิดีโออัปเกรดใหม่ สเปคระดับโปรดักชัน


• รองรับ Multi-Focal 4K 120fps 10-Bit Log ถ่ายสโลว์โมชันความละเอียดสูงได้เนียนตา

• รองรับการเข้ารหัสแบบ 10-bit APV 422 encoding เอาไปทำสีต่อ (Color Grading) ได้ยืดหยุ่นมาก

• สายถ่ายวิดีโอซูมไกลสบายใจได้ เพราะระบบกันสั่น Tele-Adaptive Real-Time Fusion ทำให้นิ่งกว่ารุ่นก่อนถึง 24%

Custom 3D LUT Monitoring & Album Restoration รองรับการใส่ 3D LUT (ไฟล์ .cube) เข้าไปในเครื่องได้เลย! สามารถพรีวิวโทนสีดูผ่านหน้าจอตอนถ่ายแบบเรียลไทม์ หรือจะเอามาปรับใช้ในอัลบั้มทีหลังก็ได้

vivo Refined Color (Video) พัฒนา Color & Tone Pipeline ขึ้นมาใหม่หมด ให้ปริมาณข้อมูล (Information Volume) มากกว่ารุ่น X200 Ultra ถึง 800%! ทำให้การไล่เฉดสีตอนถ่ายวิดีโอเนียนตาและมีมิติสมจริงยิ่งขึ้น

4.ระบบเสียงระดับสตูดิโอ ไมค์ 4 ตัวจัดเต็ม!

อัปเกรดฮาร์ดแวร์ด้วยไมโครโฟนรอบทิศทางถึง 4 ตัว (4-Mic Array)

Audio Effect Adjustment ปรับแต่งเสียงได้ละเอียดยิบ ทั้งระบบตัดเสียงรบกวน (Ambient Noise Cancellation), ตัดเสียงลม (Wind Noise Reduction), Audio Zoom (ซูมภาพแล้วเสียงซูมตาม), ไปจนถึงการปรับ Gain และทิศทางการรับเสียง (Audio Directionality) พร้อม Preset สำเร็จรูปให้เลือกใช้ถึง 6 สถานการณ์

5.New Pro Video Mode & Accessories เกิดมาเพื่อ Creator


• หน้าตา UI ออกแบบโหมด Pro Video ใหม่หมด ให้ประสบการณ์การควบคุมพารามิเตอร์แบบเดียวกับกล้องโปร (มีทั้ง Histogram, แถบวัดระดับเสียง, ปรับ Shutter, Aperture, ISO, WB ได้อิสระ)

เหนือสุดด้วยระบบนิเวศเสริม รองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง vivo Imaging Grip Kit และ vivo Pro Video Rig Kit แปลงร่างมือถือให้กลายเป็นแท่นถ่ายวิดีโอ (Rig) แบบเต็มสูบ

สรุปเลยคือการถ่ายวิดีโอบน vivo X300 Ultra รองรับตั้งแต่ 4K 120fps ทั้งแบบ Dolby Vision และ 10-Bit Log บวกกับกันสั่น 3° OIS ของเลนส์ Telephoto นี่มันคืออาวุธหนักของสาย Content Creator ชัดๆ!

ส่วนอีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กันอย่าง vivo X300 FE มีรายละเอียดดังนี้ครับ 👇👇


vivo X300 FE เป็นสมาร์ทโฟนซีรีส์เรือธงรุ่น "Fan Edition" ที่มาในดีไซน์พรีเมียมขนาดกะทัดรัด ทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นระดับ IP68/IP69 พร้อมอัปเกรดระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอเป็นเซนเซอร์แบบอัลตราโซนิก 

ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตระดับท็อป Snapdragon 8 Gen 5 ทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5X 12GB และหน่วยความจำ UFS 4.1 สูงสุด 512GB พร้อมระบบระบายความร้อน VC ที่จัดการอุณหภูมิได้ดีและมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน


จุดเด่นสำคัญคือระบบกล้องหลัง 3 ตัวมาตรฐาน ZEISS ซึ่งประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP (Sony IMX921), เลนส์ Ultrawide 8MP และเลนส์ Telephoto 50MP (Sony IMX882 ซูมออปติคอล 3x) ที่รองรับอุปกรณ์เสริม Telephoto Extender Gen 2 รวมถึงกล้องหน้าความละเอียด 50MP ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนเน้นกล้องและแบตเตอรี่อึดในขนาดพกพาง่าย

ส่วนฟีเจอร์ซอฟต์แวร์กล้องของ vivo X300 FE ยังคงชูจุดเด่นเรื่องการทำงานร่วมกับ ZEISS อย่างเข้มข้น โดยเน้นไปที่การสร้างเอกลักษณ์ภาพถ่ายให้ดูเหมือนใช้เลนส์ระดับโปรเช่นกัน

1. ZEISS Portrait Style & Multifocal Portrait


นี่คือ "ไม้ตาย" ของ vivo โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับโบเก้ระดับตำนานของ ZEISS ครบชุด เช่น Biotar, Distagon, Planar, Sonnar และ Cinematic รวมถึงฟีเจอร์ Multifocal Portrait ที่จำลองระยะเลนส์ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพบุคคล (เช่น 24mm, 35mm, 50mm, 85mm และ 100mm) ช่วยให้คุณเลือกคอมโพสิชั่นภาพพอร์เทรตได้หลากหลายเหมือนพกเลนส์ Fix ไปหลายตัว

2. ZEISS Natural Color 2.0

สำหรับสายคอนเทนต์ที่เน้นความสมจริง ซอฟต์แวร์เวอร์ชันนี้ถูกปรับจูนให้แสดงผลสีได้แม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ลดการประมวลผลที่ทำให้สีสดเกินจริง (Oversaturated) ซึ่งเป็นประโยชน์มากเวลาต้องนำไฟล์ภาพไปแต่งต่อหรือคุมโทนในหน้าเพจ

3. Telephoto Macro & Supermoon


ด้วยเลนส์ Telephoto 50MP คุณภาพสูง ซอฟต์แวร์จึงรองรับการถ่าย Macro ระยะไกลที่ให้โบเก้ละลายหลังสวยงามกว่าเลนส์ Macro ทั่วไป รวมถึงโหมด Supermoon ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยประมวลผลให้การถ่ายดวงจันทร์ในระยะซูมมีความคมชัดและเก็บรายละเอียดพื้นผิวได้ดี

4. ZEISS Cinematic Video Bokeh

ในด้านวิดีโอ มีการอัปเกรดระบบโฟกัสและลูกเล่นการละลายหลังให้ดูนุ่มนวลแบบภาพยนตร์ (Aspect Ratio 2.39:1) โดยรองรับการสลับจุดโฟกัสที่ลื่นไหลเหมือนใช้กล้องใหญ่ พร้อมฟีเจอร์กันสั่นที่ทำงานร่วมกับ AI เพื่อให้งานวิดีโอออกมานิ่งที่สุดแม้จะถือถ่ายด้วยมือเปล่า

5. Telephoto Extender Gen 2


ซอฟต์แวร์ในรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Telephoto Extender โดยเฉพาะ โดยจะมีการปรับ Algorithm การประมวลผลภาพเมื่อตรวจพบการติดตั้งเลนส์เสริม เพื่อรีดประสิทธิภาพความคมชัดจากเลนส์ ZEISS ออกมาให้ได้มากที่สุดครับ

ถือว่า vivo X300 FE เก็บตกฟีเจอร์จากรุ่นพี่ใหญ่มาได้เกือบครบ โดยเฉพาะตัวช่วยที่จะทำให้การทำคอนเทนต์ภาพนิ่งและวิดีโอดู Professional ขึ้นมากครับ

ส่วนรายละเอียดเต็มๆ รอติดตามกันได้ในงานเปิดตัว และรีวิวเต็มในวันที่ 21 พฤษภาคม นะครับ 😁

Article By : โลกไอทีวันนี้ 
โลกไอทีวันนี้

อัพเดทข่าวสารวงการไอทีแบบรวดเร็วทันใจ ช่องทางอื่นๆ www.facebook.com/worldittoday

Post a Comment (0)
Previous Post Next Post