โลกไอทีวันนี้ (World IT Today)

มาแล้ว !!! Android 17 ตัวเต็ม เริ่มปล่อยให้อัปเดตอย่างเป็นทางการแล้ว !!! ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกัน !!!


หลังจากผ่านการทดสอบเวอร์ชัน Beta มาหลายเดือน ล่าสุด Google ได้ประกาศปล่อยอัปเดต Android 17 เวอร์ชันเสถียร (Stable) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเริ่มทยอยอัปเดตให้กับผู้ใช้สมาร์ตโฟน Pixel 6 ขึ้นไป พร้อมกับอัปเดตในรอบ June 2026 Pixel Drop 


นอกจากนี้ Google ยังเตรียมปล่อยซอร์สโค้ดของ Android 17 ลงใน Android Open Source Project (AOSP) ในเร็วๆ นี้ เพื่อให้นักพัฒนาแบรนด์อื่นๆ นำไปปรับใช้ต่อไป

แล้วในเวอร์ชันใหม่นี้มีอะไรอัปเกรดขึ้นบ้าง? 👇👇👇

1. App Bubbles (มัลติทาสก์แบบหน้าต่างลอย)


ฟีเจอร์หน้าต่างลอยรูปแบบใหม่ที่ทำงานทับซ้อนอยู่บนแอปอื่น ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและโต้ตอบกับข้อมูลของแอปนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา รองรับทั้งบนสมาร์ตโฟน, มือถือจอพับ (Foldable) และแท็บเล็ต โดยเปิดใช้งานได้ง่ายๆ เพียงกดค้างที่ไอคอนแอป นอกจากนี้ในอุปกรณ์หน้าจอใหญ่จะมีแถบ Bubble Bar เพื่อให้จัดระเบียบและเคลื่อนย้ายหน้าต่างได้สะดวกยิ่งขึ้น

2. Screen Reactions (ถ่ายรีแอคชันได้ง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งแอปเสริม)


ฟีเจอร์สุดล้ำสำหรับสายคอนเทนต์ ช่วยให้คุณบันทึกหน้าจอพร้อมกับถ่ายวิดีโอเซลฟี่ตัวเองไปพร้อมกันได้เลย โดยระบบจะดึงใบหน้าของผู้ใช้ไปแสดงในหน้าต่างลอย พร้อมกับตัดฉากหลังออกให้อัตโนมัติ (ไม่ต้องง้อ Green Screen) อีกทั้งยังสามารถย้ายตำแหน่ง ปรับขนาด หรือเปลี่ยนสีพื้นหลังได้อย่างอิสระทั้งก่อนและระหว่างการบันทึก

3. ยกระดับความปลอดภัยด้านตำแหน่งที่ตั้ง (Location Access)


ปุ่มอนุญาตแบบครั้งเดียว : แอปสามารถขอเข้าถึงตำแหน่งแบบเจาะจง (Precise) ได้เฉพาะในเซสชันนั้นๆ ซึ่งเมื่อปิดแอปไปแล้วสิทธิ์ก็จะถูกยกเลิก

สัญลักษณ์แจ้งเตือนบนหน้าจอ : หากมีแอป (ที่ไม่ใช่ระบบ) กำลังดึงข้อมูลตำแหน่งของคุณอยู่ จะมีจุดแจ้งเตือนแสดงขึ้นมา ให้คุณกดเข้าไปดูและจัดการสิทธิ์ได้ทันที

ปรับปรุงตำแหน่งแบบคร่าวๆ (Approximate Location) : ยกเลิกระบบรัศมีแบบตายตัว 2 กม. และเปลี่ยนมาใช้พื้นที่แบบยืดหยุ่นตาม "ความหนาแน่นของประชากร" เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล


ดีไซน์หน้าต่างขออนุญาตใหม่ : แยกความแตกต่างระหว่างตำแหน่งแบบ "แม่นยำ" และ "คร่าวๆ" ให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

4. Contacts Picker (จำกัดการเข้าถึงสมุดโทรศัพท์)


ให้ผู้ใช้สามารถเลือกแชร์รายชื่อผู้ติดต่อ "เฉพาะบุคคล" ที่ต้องการให้กับแอปได้ แทนที่จะต้องกดยอมรับให้แอปเข้าถึงรายชื่อติดต่อทั้งหมดในเครื่อง แถมยังเป็นการแชร์ข้อมูลแบบชั่วคราว (One-time snapshot) ซึ่งแอปจะไม่สามารถติดตามการอัปเดตข้อมูลรายชื่อในอนาคตได้ ถือเป็นการปิดช่องโหว่ด้านความเป็นส่วนตัวอย่างยอดเยี่ยม

5. เพิ่มความปลอดภัยเมื่อเครื่องหาย (Biometric in Find Hub)


ฟีเจอร์ Mark as Lost ได้เพิ่มระบบการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือหรือใบหน้า (Biometric) นอกเหนือจากการใช้แค่รหัส PIN สิ่งนี้ช่วยป้องกันในกรณีที่มิจฉาชีพอาจรู้รหัสผ่าน ก็จะไม่สามารถเข้ามาปิดระบบติดตามเครื่อง หรือปลดล็อกสมาร์ตโฟนซ้ำได้ และเมื่อล็อกเครื่องแล้ว ระบบจะซ่อนเมนูตั้งค่าด่วน (Quick Settings) และระงับการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Bluetooth ใหม่อีกด้วย

6. อัปเกรดความปลอดภัยของหน้าจอล็อก (Lockscreen Security)

Google ได้ลดจำนวนครั้งในการสุ่มเดารหัส PIN หรือ Password ให้ดึงดูดน้อยลง และเพิ่มระยะเวลาหน่วง (Wait times) ให้รอนานขึ้นหากใส่รหัสผิด เพื่อป้องกันแฮกเกอร์ที่ใช้โปรแกรมสุ่มเดารหัสผ่านแบบรัวๆ

7. App Memory Limits (กำหนดโควตา RAM ของแอป)

ระบบจะกำหนดขีดจำกัดการใช้หน่วยความจำ (RAM) ของแอปเพื่อป้องกันปัญหา Memory Leak ซึ่งจะช่วยลดปัญหา UI กระตุก แบตเตอรี่ลดฮวบ หรือแอปเด้ง ทำให้ระบบทำงานเสถียรและไหลลื่นมากขึ้น

8. Expanded Dark Theme (โหมดมืดที่อัจฉริยะขึ้น)


ฟีเจอร์ที่ช่วยสลับสี (Invert) UI ของแอปที่ยังเป็นสีสว่างอยู่ ให้เข้ากับหน้าจอ Dark Mode ของระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ไวต่อแสง และในอัปเดตนี้ ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่า "ยกเว้น" การทำงานฟีเจอร์นี้แบบรายแอปได้แล้ว

9. แยกปรับระดับเสียง Google Assistant


มีแถบสไลเดอร์สำหรับปรับระดับเสียงของผู้ช่วยอัจฉริยะ แยกออกมาต่างหากแล้ว ทำให้การเพิ่มลดเสียงมีเดียหรือเสียงระบบทั่วไป จะไม่กระทบกับเสียงของ Assistant อีกต่อไป

10. ระบบควบคุมสำหรับผู้ปกครอง (Parental Controls) ที่ครอบคลุมมากขึ้น


จากเดิมที่มีเฉพาะใน Pixel ตอนนี้ Android 17 เปิดให้สมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ สามารถใช้งานเมนู Parental Controls ที่ฝังมาในระบบได้แล้ว ผู้ปกครองสามารถตั้งเวลาจำกัดการใช้งาน, บล็อกแอป, ล็อกเครื่องอัตโนมัติเวลากลางคืน และปกป้องการตั้งค่าทั้งหมดด้วยรหัส PIN โดยทำงานประสานร่วมกับแอป Google Family Link ได้อย่างลงตัว

11. Foldable Gaming Mode (กำลังจะอัปเดตตามมา)


ผู้ใช้สมาร์ตโฟนจอพับเตรียมเฮ เพราะฟีเจอร์นี้จะแบ่งหน้าจอแบบ 50/50 ด้านบนเป็นจอเล่นเกมเต็มตา ส่วนด้านล่างจะทำหน้าที่เป็นจอยแพดจำลอง (Virtual Gamepad) ให้มีพื้นที่กดปุ่มได้ถนัดมือโดยไม่บังจอ นอกจากนี้ยังรองรับการตั้งค่าปุ่ม (Remap) สำหรับจอยคอนโทรลเลอร์ภายนอก และปรับปรุงการเคลียร์เมมโมรีเพื่อลดอาการเฟรมเรตตกในเกมที่กราฟิกสูงๆ

12. ซ่อนชื่อแอปบน Pixel Launcher


สำหรับผู้ใช้งาน Pixel Launcher สามารถเข้าไปตั้งค่าเพื่อเลือกแสดงหรือ "ซ่อน" ชื่อแอปพลิเคชันบนหน้าจอ Home Screen ได้แล้ว (แต่ชื่อแอปในหน้ารวมแอปหรือในโฟลเดอร์จะยังคงแสดงอยู่ตามปกติ)

ทั้งนี้ Android 17 นับเป็นการอัปเดตที่เน้นเรื่องประสบการณ์ใช้งานแบบ Multitasking และการจัดการทรัพยากรเครื่องอย่างเห็นได้ชัด ควบคู่ไปกับการอุดช่องโหว่ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ใครที่ใช้งาน Google Pixel ตั้งแต่รุ่น 6 ขึ้นไป ลองเช็กการตั้งค่าเพื่อดาวน์โหลดและอัปเดตฟีเจอร์ล้ำๆ เหล่านี้กันได้เลยครับ! ส่วนสมาร์ทโฟน Android รุ่นอื่นๆ จะทยอยได้รับการอัปเดตตลอดปี 2026

Source : Android Authority 
Article By : โลกไอทีวันนี้ 
โลกไอทีวันนี้

อัพเดทข่าวสารวงการไอทีแบบรวดเร็วทันใจ ช่องทางอื่นๆ www.facebook.com/worldittoday

Post a Comment (0)
Previous Post Next Post