ข้อมูลที่หลุดออกมาจาก Suply Chain ล่าสุด ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ของ Apple อาจมีการปรับราคาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สวนทางกับข่าวก่อนหน้าที่ว่าจะตรึงราคาเท่ารุ่นก่อน
โดยการปรับราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Tim Cook ซีอีโอของ Apple กล่าวถึงแรงกดดันด้านราคาอย่างไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยระบุว่าต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมทำให้การปรับราคาเป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากกลยุทธ์เดิมของ Apple ที่มักจะยอมรับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการผลิตเพียงเล็กน้อย
หนึ่งในปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการขึ้นราคาที่คาดการณ์ไว้คือ "การขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง" ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างข้อจำกัดด้านอุปทานอย่างรุนแรงสำหรับทั้ง DRAM และ NAND flash storage
จากการวิจัยของ TechInsights พบว่าต้นทุนการผลิตโมดูล DRAM ขนาด 12GB ที่ Apple ใช้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 39 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,290 บาท) เป็น 145 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,780 บาท) ในขณะเดียวกัน โมดูลจัดเก็บข้อมูล NAND ขนาด 256GB ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 13 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 430 บาท) เป็น 51 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,680 บาท) ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนสำหรับสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมอย่างมาก
ปัจจัยด้านต้นทุนที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการที่ Apple เปลี่ยนไปใช้ชิป A20 Pro ซึ่งคาดว่าจะผลิตบนกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรขั้นสูงของ TSMC แม้ว่าสถาปัตยกรรมใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานได้อย่างมาก แต่ต้นทุนการผลิตก็คาดว่าจะสูงขึ้นอย่างมาก การประเมินของอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่าโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่เหล่านี้อาจมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าชิป 3 นาโนเมตรในปัจจุบันอย่างน้อย 50%
ฮาร์ดแวร์กล้องก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มีข่าวลือกันอย่างแพร่หลายว่า iPhone 18 Pro จะใช้ระบบกล้องหลักแบบปรับรูรับแสงได้ ซึ่งเป็นการอัพเกรดครั้งสำคัญที่จะทำให้ควบคุมการรับแสงและความชัดลึกได้เหมือนกล้อง DSLR มากขึ้น นักวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน Ming-Chi Kuo รายงานว่าระบบเลนส์ที่ปรับได้ด้วยกลไกนี้อาจมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าโมดูลกล้องแบบรูรับแสงคงที่ที่ใช้ใน iPhone รุ่นปัจจุบันประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หากรายงานเหล่านี้ถูกต้อง เรือธงรุ่นต่อไปของ Apple อาจมีการพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่สำคัญ แต่ก็อาจมีราคาสูงขึ้นเช่นกันโดยอาจมีการปรับราคาจำหน่ายขึ้นจากรุ่นเดิมอย่างน้อย 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 1 หมื่นบาทเลยทีเดียว
Source : AiZ
Article By : โลกไอทีวันนี้

