Samsung ได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาโซลูชันหน่วยความจำ Universal Flash Storage (UFS) 5.0 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ (On-device AI) สำหรับอุปกรณ์พกพาในอนาคต
การประกาศในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม ที่หันมาประมวลผล Generative AI บนฮาร์ดแวร์โดยตรงแทนการพึ่งพาเครือข่ายคลาวด์ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ความต้องการด้านความเร็วในการรับส่งข้อมูลของระบบหน่วยความจำบนอุปกรณ์พกพาเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ประสิทธิภาพและข้อมูลจำเพาะ (Performance and Specifications)
โซลูชันจัดเก็บข้อมูลรุ่นใหม่นี้ได้ผสานรวมมาตรฐานอินเทอร์เฟซหน่วยความจำแบบฝังตัวล่าสุดจาก JEDEC โดยอ้างอิงจากข้อมูลสเปกที่บริษัทเปิดเผย UFS 5.0 สามารถทำความเร็วได้ในระดับที่น่าประทับใจ ดังนี้
ความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบต่อเนื่อง (Sequential Read Speed): สูงสุด 10.8 กิกะไบต์ต่อวินาที (GB/s)
ความเร็วในการเขียนข้อมูลแบบต่อเนื่อง (Sequential Write Speed): สูงสุด 9.5 GB/s
อัตราการถ่ายโอนข้อมูลเหล่านี้ถือว่า เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับมาตรฐาน UFS 4.1 รุ่นก่อนหน้า โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความหน่วง (Latency) ลงให้มากที่สุด ในขณะที่อุปกรณ์ต้องประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ด้วยตัวเอง
การจัดการพลังงานและขนาดที่เล็กลง (Power Efficiency and Form Factor)
Samsung ระบุว่า UFS 5.0 มีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานที่ดีขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับ UFS 4.1 ซึ่งการใช้พลังงานต่อการถ่ายโอนข้อมูลที่ลดลงนี้ เป็นผลมาจากการนำเทคโนโลยี Clock Gating และ Multi-voltage มาใช้ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ในอุปกรณ์พกพาให้ยาวนานที่สุด
ด้วยขนาดของชิปที่เล็กลงนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์มีความยืดหยุ่นในการออกแบบมากยิ่งขึ้น และมีพื้นที่ภายในเพิ่มขึ้นสำหรับนำไปจัดสรรชิ้นส่วนอื่นๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ในหลากหลายประเภท
กำหนดการผลิตและการทำตลาด (Production Timeline and Market Deployment)
ชิปหน่วยความจำ UFS 5.0 มีกำหนดการเข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass production) ภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดย Samsung มีแผนที่จะจัดจำหน่ายโซลูชันความจุที่หลากหลาย ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การนำไปใช้งานเป็นหลักบน สมาร์ทโฟนระดับเรือธง (Flagships), แว่นตาและอุปกรณ์ Extended Reality (XR) รวมถึงอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable devices)
Jangseok Choi หัวหน้าฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์หน่วยความจำของ Samsung Electronics ได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า
"ในยุคของ On-device AI อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะมากำหนดประสบการณ์การใช้งาน AI ในขณะที่เราประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามผ่านขั้นตอนการพัฒนาโซลูชัน UFS 5.0 เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม Samsung กำลังสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา และจะยังคงเดินหน้าเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับตลาดแพลตฟอร์มมือถือในยุคถัดไปอย่างต่อเนื่อง"
Source : FoneArena

