vivo ได้ประกาศเปิดตัว vivo X Fold6 สู่ตลาดระดับโลก อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นสมาร์ตโฟนจอพับระดับเรือธงรุ่นล่าสุดของค่าย หลังจากที่ได้เปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยรุ่นนี้เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องทำงานนอกสถานที่ (Mobile Professionals) ชูจุดเด่นด้วยซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบจัดเต็ม, แบตเตอรี่ความจุสูง, ฮาร์ดแวร์กล้องถ่ายภาพที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS และตัวเครื่องที่มีความเพรียวบางลง
vivo X Fold6 เปิดตัวพร้อมระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 Fold ทำงานควบคู่กับ Origin Smooth Engine เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานหลายหน้าต่างได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง โดยหัวใจสำคัญของประสบการณ์การใช้งานคือ Multi-Task Workbench ซึ่งประกอบด้วย
• Origin Workbench : รูปแบบพื้นที่ทำงานที่ประกอบด้วย 1 หน้าต่างหลัก และอีก 4 หน้าต่างเสริม ช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสกับงานหลักตรงกลางได้พร้อมๆ กับตรวจดูงานรองอื่นๆ
• Multi-Split Screen : รองรับการแบ่งหน้าต่างข้างกันได้สูงสุดถึง 4 หน้าต่าง โดยสามารถปรับขนาดได้อย่างอิสระ
• AI Cross-App Drag : ฟังก์ชันลากและวาง (Drag & Drop) ไฟล์หรือคอนเทนต์ข้ามแอปพลิเคชันที่เปิดใช้งานอยู่ได้ทันที
นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการยังมาพร้อมเครื่องมือ AI เพื่อการทำงานในตัวมากมาย เช่น AI Meeting Assistant สำหรับถอดเสียงบันทึกการประชุมแบบตัวต่อตัวและสรุปเนื้อหาเป็นโครงสร้างผ่าน AI Recorder รวมถึงมีคำบรรยายสดแบบเรียลไทม์ผ่าน AI Captions, AI File Manager ช่วยจัดการไฟล์ที่กระจัดกระจายด้วยการตั้งชื่ออัตโนมัติ สรุปเนื้อหา จัดหมวดหมู่ตามหัวข้อ และแสดงผลในรูปแบบคอลัมน์ ส่วนการอ่านเอกสารก็มี AI Reader Mode ช่วยแปลงไฟล์ PDF ให้อยู่ในรูปแบบ eBook เพื่อให้อ่านได้สบายตาขึ้น
สำหรับการเชื่อมต่อหน้าจอภายนอก ฟีเจอร์ vivo Office Kit จะเปิดใช้งานโหมดเดสก์ท็อป (Desktop Mode) เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับมอนิเตอร์หรือโทรทัศน์ที่รองรับ อีกทั้งยังมี Jovi ผู้ช่วย AI ที่สามารถช่วยจัดตารางงานและสั่งงานข้ามอุปกรณ์ระหว่างสมาร์ตโฟนกับพีซีผ่านคำสั่งเสียงได้ และควบคุมความปลอดภัยของระบบด้วย vivo’s Security Shield ที่ช่วยตรวจตราสิทธิ์การเข้าถึงของแอป ความปลอดภัยของเครือข่าย และความเสี่ยงจากการติดตั้งต่างๆ
vivo X Fold6 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 9500 Super Edition ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษร่วมกับทาง vivo พร้อมด้วยเทคโนโลยี Ultra-Efficient Concurrent Engine เพื่อจัดการการใช้พลังงานและโหลดประมวลผลกราฟิกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แบตเตอรี่ใส่มาขนาดใหญ่ถึง 6900 mAh (BlueVolt Battery) โดยใช้เทคโนโลยีแอโนดซิลิคอนเจเนอเรชันที่ 5 (Fifth-generation silicon anode) ทำให้สามารถบรรจุแบตเตอรี่ความจุสูงลงในตัวเครื่องที่เพรียวบางได้ นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบกึ่งโซลิดสเตตเจเนอเรชันที่ 3 (Semi-solid-state) เข้ามาใช้งาน เพื่อช่วยรักษาประสิทธิภาพการจ่ายไฟแม้ในอุณหภูมิต่ำสุดขั้วถึง -20°C รองรับระบบชาร์จไวผ่านสาย 80W FlashCharge, ชาร์จไร้สาย 40W FlashCharge และรองรับการชาร์จไร้สายย้อนกลับ (Wireless Reverse Charging)
ด้านงานประกอบตัวเครื่อง มาพร้อมบานพับน้ำหนักเบาที่มีความทนทานสูง (Ultra-Reliable Lightweight Hinge), เฟรมโลหะทรงแบนแบบ 2.5D และโมดูลกล้องดีไซน์แบบ Minimal Ring โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่
• Prism Black ตัวเครื่องเมื่อกางออกมีความหนาเพียง 4.4 มม. น้ำหนัก 228 กรัม
• Horizon Blue ตัวเครื่องเมื่อกางออกมีความหนา 4.8 มม. น้ำหนัก 235 กรัม
ตัวเครื่องมาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำระดับ IPX8 และ IPX9 และกันฝุ่นระดับ IP5X ด้านระบบเชื่อมต่อเครือข่ายควบคุมด้วย 1+4 Communication Chipset พร้อมฟีเจอร์ Data Store ในตัวที่ให้ผู้ใช้สามารถกดซื้อแพ็กเกจดาต้าเน็ตท้องถิ่นได้จาก 129 ประเทศและภูมิภาคได้จากตัวเครื่องโดยตรง
หน้าจอแสดงผลใช้เทคโนโลยี ZEISS Master Color Display ทั้งสองหน้าจอ ประกอบด้วย
• หน้าจอด้านใน (Inner Display) ขนาด 8.02 นิ้ว ผลิตจากวัสดุเปล่งแสง Samsung M14
• หน้าจอด้านนอก (Cover Display) ขนาด 6.51 นิ้ว ผลิตจากวัสดุเปล่งแสง BOE Q11
ทั้งสองหน้าจอใช้แผงหลังพาเนลแบบ 8T-LTPO รองรับอัตรารีเฟรชเรตแบบแปรผันได้ตั้งแต่ 1–120Hz, ระดับความสว่างต่ำสุด 1 nit และทำความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด (Local Peak Brightness) ได้สูงถึง 5000nits
สำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอ มาพร้อมกับระบบ vivo ZEISS Co-engineered Imaging System เสริมพลังด้วยชิปประมวลผลภาพแยก vivo Imaging Chip V3+
กล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200 MP (เซนเซอร์ Samsung HPB ขนาดใหญ่) พร้อมการเคลือบผิวเลนส์ ZEISS T* coating และระบบกันสั่น OIS
กล้องเทเลโฟโต้ (Telephoto) เลนส์ ZEISS APO ใช้เซนเซอร์ Sony LYTIA 602 พร้อมเทคโนโลยี VCS ของ vivo ดีไซน์โครงสร้างแบบ Periscope ซูมออปติคอล 3x, มีฟังก์ชันถ่ายเทเลมาโคร (Telephoto Macro) และสามารถซูมได้สูงสุด 100x ด้วยเทคโนโลยี ZEISS HyperZoom
ฟีเจอร์ซอฟต์แวร์กล้องยังอัดแน่นไปด้วย Motion Portrait 2.0 สำหรับติดตามวัตถุ, Stage Mode ร่วมกับชิป AI True Clarity Engine ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K 60 fps ในรูปแบบ Dolby Vision, โหมด Night Flash Portrait และการถ่ายภาพพอร์ตเทรตแบบหลายระยะโฟกัส (Multi-focal length)
นอกจากนี้ ด้วยดีไซน์หน้าจอพับยังรองรับฟังก์ชันพรีวิวแบบสองหน้าจอ (Split-Screen Preview), ใช้งานหน้าจอด้านนอกเป็นเทเลพรอมป์เตอร์ (Teleprompter), หน้าจอด้านนอกแสดงแอนิเมชันดึงดูดสายตาเด็กและสัตว์เลี้ยงขณะถ่ายภาพ และโหมด Left-Screen Preview ที่นำภาพที่เพิ่งถ่ายมาแสดงเคียงข้างกับหน้าจอเล็งถ่ายภาพสดได้ทันที
🔵 สเปค vivo X Fold6
หน้าจอพับได้ AMOLED LTPO ขนาด 8.02 นิ้ว ความละเอียด 2K+ (2504 x 2312 พิกเซล), รีเฟรชเรต 1–120Hz, HDR10+, ความสว่างสูงสุด 5000nits , รองรับ Dolby Vision ครอบทับด้วยกระจก UTG Glass
หน้าจอด้านนอก AMOLED LTPO ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2528 × 1120 พิกเซล), รีเฟรชเรต 1–120Hz, ความสว่างสูงสุด 5000nits รองรับ Dolby Vision
ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 Super Edition (Octa-Core ขนาด 3nm)
GPU : Arm Mali-G1 Ultra MC12
RAM แบบ LPDDR5X ขนาด 12GB
ROM : ความจุ 512GB ชนิด UFS 4.1
รองรับ 2 Sim Cards
รองรับ 5G Dual Mode
กล้องหลัง 3 ตัว
กล้องหลัก 200MP (เซนเซอร์ Samsung HPB ขนาด 1/1.4", รูรับแสง f/1.68, มีกันสั่น OIS, เคลือบ Zeiss T*)
กล้อง Ultra-wide 50MP (รูรับแสง f/2.05, ทางยาวโฟกัส 15 มม.)
กล้อง Telephoto Periscope 50MP (เซนเซอร์ Sony LYT602 ขนาด 1/1.95", รูรับแสง f/2.57, ซูม 3x, เลนส์ ZEISS)
กล้องหน้าความละเอียด 20MP (รูรับแสง f/2.4) ติดตั้งไว้ทั้งหน้าจอด้านในและหน้าจอด้านนอก
รองรับระบบเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
ระบบเสียงลำโพงสเตอริโอคู่
รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP58, IP59, IPX8, IPX9
รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 7 (802.11 ax คลื่น 2.4GHz และ 5GHz), Bluetooth 5.4 LE, NFC, ระบบระบุตำแหน่ง GPS (L1 + L5 Dual band), BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS, NavIC
พอร์ต USB Type-C
แบตเตอรี่ : 6900 mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W, ชาร์จไวไร้สาย 40W และระบบ Wireless Reverse Charging
ระบบปฏิบัติการ : Android 17 + OriginOS 7 Fold
ขนาดตัวเครื่อง
เมื่อกางออก : 157.16 × 145.66 × 4.4 มม.
เมื่อพับ : 157.16 × 74.26 × 9.4 มม.
น้ำหนัก : 228 กรัม (สีดำ Prism Black), 235 กรัม (สีน้ำเงิน Horizon Blue)
🔵 ราคาและการวางจำหน่าย
แม้ว่าทาง vivo จะประกาศเปิดตัวสู่ตลาดโลกแล้วอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการประกาศราคาและกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่าจะมีการประกาศรายละเอียดราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตามแต่ละประเทศหรือภูมิภาคต่อไป
Source : FoneArena
Article By : โลกไอทีวันนี้











