Google กำลังเปิดตัวฟีเจอร์ Personal Intelligence ใหม่ในแอป Gemini ซึ่งช่วยให้การสร้างภาพด้วย AI เข้าใจบริบทและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การอัปเดตนี้ได้ผสานโมเดล Nano Banana 2 เข้ากับ Google Photos เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพที่อิงจากไลฟ์สไตล์ ความชื่นชอบ และความทรงจำในชีวิตจริงได้ โดยไม่ต้องเขียนคำสั่ง (Prompts) ยาวๆ หรือต้องอัปโหลดรูปภาพเอง
🔴 การสร้างภาพแบบเฉพาะบุคคลในแอป Gemini
Gemini กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการสร้างภาพที่ต้องอาศัยคำสั่งแบบละเอียด ไปสู่การสร้างภาพที่ขับเคลื่อนด้วยบริบท (Context-driven) เมื่อผู้ใช้ทำการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Google ระบบจะดึงบริบทที่มีอยู่มาใช้เพื่อทำความเข้าใจจุดประสงค์โดยอัตโนมัติจากคำสั่งง่ายๆ เช่น "ออกแบบบ้านในฝันของฉัน"
แทนที่จะต้องป้อนคำสั่งอย่างละเอียดหรืออัปโหลดภาพอ้างอิง Gemini จะเข้ามาเติมเต็มรายละเอียดที่ขาดหายไป โดยใช้ข้อมูลจากบริการต่างๆ ที่เชื่อมต่อไว้ ทำให้การสร้างภาพทำได้รวดเร็วและตรงกับสไตล์ส่วนตัว ความสนใจ และกิจกรรมที่ผ่านมาของผู้ใช้มากขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดภาระในการนั่งอธิบายไอเดียต่างๆ
🔴 ฟีเจอร์เด่นที่สำคัญ
• ขับเคลื่อนด้วยโมเดลสร้างภาพอัจฉริยะ Nano Banana 2
• ใช้ฟีเจอร์ Personal Intelligence เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เข้าใจบริบทของผู้ใช้
• ดึงบริบทของผู้ใช้จากแอปและบริการต่างๆ ของ Google ที่เชื่อมต่อเอาไว้
• ทำงานได้ง่ายดายด้วยคำสั่งสั้นๆ ไม่จำเป็นต้องใส่คำอธิบายยาวๆ อีกต่อไป
• ผสานการทำงานกับ Google Photos เพื่อให้อ้างอิงจากภาพในชีวิตจริงได้
• อ้างอิงจากป้ายกำกับ (Label) บุคคลและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างภาพที่ระบุตัวตนได้
• สามารถสร้างภาพที่มีตัวผู้ใช้ ครอบครัว และคนใกล้ชิดอยู่ในนั้นได้
• รองรับสไตล์ศิลปะที่หลากหลาย (เช่น ภาพสีน้ำ, ภาพสเก็ตช์, ดินน้ำมัน/Claymation, ภาพวาดสีน้ำมัน)
• สามารถปรับแต่งผลลัพธ์ซ้ำได้ผ่านการให้ฟีดแบ็กและการสั่งสร้างภาพใหม่
• มีตัวเลือกปุ่ม “+” เพื่อเปลี่ยนภาพอ้างอิงที่ดึงมาจาก Google Photos
• มีมุมมอง Source แสดงให้เห็นว่าระบบใช้ภาพต้นฉบับใด และภาพนั้นส่งผลต่อภาพที่สร้างขึ้นมาใหม่อย่างไร
🔴 ให้คุณและคนที่คุณรักเป็นตัวเอกของภาพ
ด้วยการทำงานร่วมกับ Google Photos ทำให้ Gemini สามารถจดจำและใช้งานข้อมูลบุคคลตลอดจนสัตว์เลี้ยงที่มีการติดป้ายกำกับไว้ เพื่อนำบุคคลที่มีอยู่จริงไปปรากฏในภาพที่สร้างขึ้นได้ ระบบจึงสามารถเนรมิตฉากที่มีคนในวงสังคมของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบที่ดูสมจริงหรือแบบงานศิลปะ
ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาในชีวิตจริงให้กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์ หรือนำมาจินตนาการใหม่ในสไตล์ศิลปะที่แตกต่างกัน โดยไม่ต้องอัปโหลดไฟล์ใดๆ หรือต้องมานั่งเลือกภาพอ้างอิงเอง เนื่องจากระบบเข้าใจความสัมพันธ์ของบุคคลต่างๆ ผ่านป้ายกำกับภาพที่ตั้งเอาไว้อยู่แล้ว
🔴 การควบคุมความสร้างสรรค์และความโปร่งใส
หากผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นมายังไม่แม่นยำหรือไม่ตรงตามที่คาดหวัง ผู้ใช้สามารถให้ฟีดแบ็กและสั่งให้ระบบสร้างภาพใหม่พร้อมกับคำสั่งที่ปรับปรุงแล้วได้
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก “+” ที่ช่วยให้สามารถสลับภาพอ้างอิงจาก Google Photos เพื่อปรับเปลี่ยนผลลัพธ์ให้ออกมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งยังมีมุมมอง Sources (แหล่งที่มา) ที่จะแสดงให้เห็นอย่างโปร่งใสว่าภาพถ่ายใดถูกระบบเลือกมาใช้ และอธิบายว่าภาพนั้นมีส่วนช่วยสร้างผลลัพธ์สุดท้ายออกมาได้อย่างไร ทำให้ผู้ใช้รับรู้ถึงขั้นตอนการทำงานของ AI
🔴 ความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูล
Google ระบุอย่างชัดเจนว่าคลังภาพส่วนตัวบน Google Photos จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อฝึกฝน (Train) โมเดล Gemini โดยตรง แต่การปรับปรุงโมเดลจะอาศัยเพียงข้อมูลการโต้ตอบที่จำกัดเท่านั้น เช่น การใช้ข้อมูลจากคำสั่ง (Prompts) และผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น
ฟีเจอร์นี้เป็นระบบที่ต้องให้ความยินยอมโดยสมัครใจ (Opt-in) อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถจัดการหรือยกเลิกการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันของ Google ได้ตลอดเวลาผ่านเมนูการตั้งค่า ซึ่งรับประกันว่าผู้ใช้จะมีอำนาจควบคุมการใช้ข้อมูลส่วนตัวได้อย่างเต็มที่
🔴 การเปิดให้บริการ
ฟีเจอร์นี้กำลังจะทยอยเปิดให้ใช้งานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สำหรับผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิก Google AI Plus, Pro และ Ultra ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ Google ยังมีแผนที่จะขยายฟีเจอร์ดังกล่าวไปยัง Gemini บนเบราว์เซอร์ Chrome เดสก์ท็อป และขยายไปยังผู้ใช้กลุ่มอื่นๆ เพิ่มเติมในการอัปเดตครั้งต่อๆ ไป
Source : FoneArena
Article By : โลกไอทีวันนี้




