โลกไอทีวันนี้ (World IT Today)

สื่อนอกฉะ Siri AI ไม่ได้มีอะไรใหม่ แถมพึ่งพา Gemini แล้วยังทำได้แค่ไล่ตามเจ้าอื่นแบบฉิวเฉียด !!!!

เรียกได้ว่าการเปิดตัว Siri AI ในระบบปฏิบัติการ iOS 27 จากงาน WWDC 2026 เมื่อคืนนี้ ค่อนข้างถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อนานาชาติว่าเป็นงาน WWDC ที่เงียบและจืดที่สุด โดยมุมมองของสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ต่างประเทศ ต่างมองว่า Apple เผชิญกับความล่าช้าและตามหลังคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน จนไม่ได้แสดงนวัตกรรมใหม่ใดๆออกมาเลย โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้

1. ความล่าช้ากว่ากำหนดเดิมถึง 2 ปีเต็ม

Apple เคยประกาศแผนการปรับโฉม Siri ครั้งใหญ่ด้วย Apple Intelligence ไว้ตั้งแต่งาน WWDC 2024 แต่เผชิญกับปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ภายในบริษัท ทำให้ต้องเลื่อนแผนงานออกไปหลายครั้ง จนกระทั่งเพิ่งมาเปิดตัว "Siri AI" แบบเป็นแอปแยก ได้สำเร็จในงาน WWDC 2026

ซึ่งสำนักข่าว Reuters ชี้ว่า ความล่าช้าตลอด 2 ปีนี้ ทำให้ Apple ตกขบวนและปล่อยให้คู่แข่งอย่าง Microsoft และ Google ทิ้งห่างไปไกล โดยเฉพาะในการพัฒนา "Agentic AI" (AI ที่คิดและทำงานซับซ้อนหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้ได้) ซึ่งคู่แข่งนำไปฝังในซอฟต์แวร์ใช้งานจริงนานแล้ว

2. พ่ายแพ้ในการทำโมเดลเอง จนต้องพึ่งพา "Google Gemini"


Apple ล้าหลัง OpenAI, Anthropic และ Google ในการพัฒนา AI Model ของตัวเองอย่างมาก จนในที่สุด Apple ต้องยอมผสานโมเดล "Gemini" ของ Google ให้เข้ามาเป็นขุมพลังเบื้องหลัง ในการประมวลผลบนคลาวด์และขับเคลื่อนฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Siri AI

ฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่ Apple นำเสนอในงานนี้ (เช่น การอ่านบริบทบนหน้าจอ, การลบวัตถุในรูป หรือแชตบอทช่วยเขียน) ถูกสื่ออย่าง Mashable มองว่าเป็นเพียงการอัปเดตเพื่อ "ดึงให้ Apple กลับมาอยู่ระนาบเดียวกับคู่แข่ง" เพราะฟีเจอร์ลักษณะนี้เป็นสิ่งที่อุปกรณ์ของ Google และ Samsung มีให้ใช้งานเป็นมาตรฐานอยู่ก่อนมาซักพักแล้ว

สำนักข่าว The Chosun Daily เน้นย้ำว่า ในระหว่างที่ Apple ติดหล่มการพัฒนา คู่แข่งอย่าง Samsung ได้จับมือกับ Google เพื่อยกระดับสมาร์ทโฟนของตัวเองให้ก้าวข้ามไปสู่ยุค "AI agent" ได้สำเร็จนำหน้าไปก่อนแล้ว

3.เป็นแค่ "แผนวิ่งตามที่มาสายเกินไป"

สำนักข่าว PYMNTS เรียกการเปิดตัวครั้งนี้อย่างชัดเจนว่าเป็น "แผนการวิ่งไล่ตามของ Apple" (Apple's AI Catch-Up Plan) ที่ส่งมอบออกมาสายเกินไปถึง 2 ปี

มีการตั้งคำถามเชิงวิจารณ์ว่า การเข็น Siri AI และ Apple Intelligence ออกมาในครั้งนี้ อาจไม่ได้ช่วยให้ Apple พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้นำในสงคราม AI แต่อย่างใด ทว่าเป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อเลื่อน "การต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่น่าอึดอัด" ในตลาดเทคโนโลยีออกไปเท่านั้น

และสุดท้าย "Siri AI" เปิดตัวมาพร้อมกับการรองรับภาษาที่น้อยมาก โดยเบื้องต้นจะรองรับ "ภาษาอังกฤษ" เป็นหลัก ก่อนจะขยายการรองรับภาษาอิงตาม Apple Intellligence ที่ปัจจุบันรองรับสูงสุด 16 ภาษา โดยที่ไม่มี 'ภาษาไทย' ในขณะที่ AI ตัวอื่นๆเเทบจะรองรับทุกภาษาบนโลกแล้ว

Source : Reuters , PYMNTS , Mashable
Article By : โลกไอทีวันนี้ 

โลกไอทีวันนี้

อัพเดทข่าวสารวงการไอทีแบบรวดเร็วทันใจ ช่องทางอื่นๆ www.facebook.com/worldittoday

Post a Comment (0)
Previous Post Next Post